สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์

สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สวนพฤกษศาสตร์พังงา สังกัดองค์การสวนพฤกษศาสตร์ ตั้งอยู่ที่ พื้นที่ด่านพญาพิพิธ (หรือพระยาพิพิธ) ต.นบปริง อ.เมือง จ.พังงา

สินค้าที่เป็นของเก่า ของสะสม หรือของมือสอง แต่ละแบบอาจมีจำนวนจำกัด และบางชิ้นอาจมีตำหนิหรือเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ซึ่งทางร้านจะแจ้งให้ทราบก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ ทางร้านจะไม่รับเปลี่ยนหรือคืนเมื่อมีการซื้อสินค้าแล้วนะคะ

🌧️ หลังฝนตก...ผืนป่าก็เริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้ง! 🌳ช่วงฝนชุกแบบนี้ ผืนป่าที่สวนพฤกษศาสตร์พังงากำลังเขียวขจีและชุ่มฉ่ำเป็นพ...
20/08/2026

🌧️ หลังฝนตก...ผืนป่าก็เริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้ง! 🌳
ช่วงฝนชุกแบบนี้ ผืนป่าที่สวนพฤกษศาสตร์พังงากำลังเขียวขจีและชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษ 💚ลองเดินสำรวจธรรมชาติแล้วสังเกตบริเวณ โคนต้นไม้ ซากไม้ผุ หรือจอมปลวกให้ดี ๆ เพราะบางครั้งเราอาจได้พบกับ “เห็ดโคน” หรือ “เห็ดปลวก” 🍄 ที่กำลังแทงดอกขึ้นมาจากพื้นดิน
แต่เคยสงสัยไหมว่า...ทำไมเห็ดโคนถึงเกิดขึ้นตามธรรมชาติ และทำไมเราจึงเพาะเห็ดโคนเองได้ยาก? 🤔
คำตอบอยู่ที่ความสัมพันธ์อันน่าทึ่งระหว่าง ปลวกกับเชื้อรา 🐜🍄
🐜 ปลวก...ผู้ดูแลสวนใต้ดิน
ปลวกจะนำเศษไม้และวัสดุจากพืชเข้าไปสะสมภายในรัง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญของเชื้อรา เกิดเป็นโครงสร้างที่เรียกว่า “สวนเชื้อรา (fungal comb)” ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของปลวก
🍄 “เชื้อรา...ผู้ช่วยย่อยสลาย”
เชื้อราช่วยย่อยสลายวัสดุจากพืช ทำให้สารอาหารบางส่วนอยู่ในรูปที่ปลวกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น
ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงเป็นเหมือน “การพึ่งพาอาศัยกันใต้ผืนดิน”ที่ดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ 🌱เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน (ช่วง พ.ค. - ต.ค.) หลังฝนตกหนักสลับแดดจัด อุณหภูมิและความชื้นได้ที่ เส้นใยเห็ดก็จะโตอย่างรวดเร็วและผุดขึ้นมาเป็นเห็ดโคนดอกโต การพบเห็นพวกมันจึงเป็นดัชนีชี้วัดชั้นดีว่าผืนป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์สูงมากค่ะ

⚠️ ข้อควรรู้ & คำเตือนสำหรับนักสำรวจ
☠️ ระวังเห็ดพิษคล้ายกัน: หากพบเจอเห็ดป่าในธรรมชาติทั่วไป ขอแนะนำว่า 'ไม่มั่นใจ ไม่เก็บ ไม่กิน' นะคะ เพราะเห็ดพิษหลายชนิด (เช่น เห็ดหมวกจีน หรือเห็ดระโงกพิษ) มีลักษณะดอกอ่อนตูมคล้ายเห็ดโคนมาก หากไม่ชำนาญอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ❌
ช่วงนี้แถวบ้านใครมีเห็ดโคนออกบ้างแล้วหรือยังคะ? แวะถ่ายรูปมาอวดแอดมินใต้คอมเมนต์ได้เลยค่ะ! 👇🍲
#สวนพฤกษศาสตร์พังงา #เห็ดโคน #เห็ดปลวก #เที่ยวพังงา

🏕️ ชาวแคมป์ปิ้งโปรดระวัง! สังเกต "นักล่าตัวจิ๋ว" ก่อนกางเต็นท์ 🐝✨สำหรับสายลุยที่มาพักผ่อน กางเต็นท์ หรือใช้บริการอาคารสิ...
19/08/2026

🏕️ ชาวแคมป์ปิ้งโปรดระวัง! สังเกต "นักล่าตัวจิ๋ว" ก่อนกางเต็นท์ 🐝✨
สำหรับสายลุยที่มาพักผ่อน กางเต็นท์ หรือใช้บริการอาคารสิ่งปลูกสร้างภายใน สวนพฤกษศาสตร์พังงา สิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ "ตัวต่อ" เจ้าถิ่นครับ แม้พวกเขาจะมีประโยชน์ช่วยควบคุมแมลงศัตรูพืช แต่ก็มีสัญชาตญาณหวงรังที่รุนแรง หากเข้าใกล้โดยไม่ตั้งใจอาจเกิดอันตรายได้
⚠️ จุดเสี่ยงที่ต้องสังเกตก่อนปักสมอบกหรือพักผ่อน:
• ตามกิ่งไม้และพุ่มไม้หนา: จุดยอดฮิตที่ต่อมักแอบมาทำรัง
• ตามสิ่งปลูกสร้าง: ใต้หลังคา ศาลาพักผ่อน มุมอาคาร หรือห้องน้ำ
💡 ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย:
• สำรวจพื้นที่ก่อน: เดินดูรอบๆ จุดที่จะกางเต็นท์หรือนั่งพักผ่อนอย่างละเอียด
• อยู่ห่างๆ อย่างเข้าใจ: "อยู่ห่างๆ สวยๆ ก็พอเนอะ" หากบังเอิญเจอห้ามไปแหย่ เคาะ หรือรบกวนเด็ดขาด
• งดใช้กลิ่นฉุน: น้ำหอมหรือโลชั่นบางชนิดอาจดึงดูดแมลงได้
หากพี่ๆ สายแคมป์หรือนักท่องเที่ยวท่านใด พบเห็นรังต่อในจุดเสี่ยง หรือใกล้พื้นที่กางเต็นท์ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่สวนพฤกษศาสตร์พังงาได้ทันที เลยนะคะ เพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยวร่วมกันค่ะ 💚🏕️
#ต่อ #แคมป์ปิ้ง #สวนพฤกษศาสตร์พังงา

เอื้องไหมนาข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘈𝘯𝘰𝘦𝘤𝘵𝘰𝘤𝘩𝘪𝘭𝘶𝘴 𝘳𝘰𝘹𝘣𝘶𝘳𝘨𝘩𝘪𝘪 (Wall.) Lindl.วงศ์ : Orchidaceaeชื่ออื่นๆ : ว่า...
17/08/2026

เอื้องไหมนา
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘈𝘯𝘰𝘦𝘤𝘵𝘰𝘤𝘩𝘪𝘭𝘶𝘴 𝘳𝘰𝘹𝘣𝘶𝘳𝘨𝘩𝘪𝘪 (Wall.) Lindl.
วงศ์ : Orchidaceae
ชื่ออื่นๆ : ว่านไหมนา

ลักษณะ : กล้วยไม้ดินขนาดเล็ก ลำต้นทอดเลื้อยอยู่บนผิวดินหรือในชั้นซากพืช ใบเรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปไข่แกมใบหอก ปลายใบแหลม ผิวใบอ่อนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ สีเขียวเข้ม มีลายเส้นสีทองเป็นร่างแหเด่นชัด ด้านล่างใบสีม่วงดำ ช่อดอกตั้งตรง ยาวประมาณ 17–20 เซนติเมตร มีใบประดับบริเวณโคนช่อดอก 2–3 ใบ ช่อดอกมี 2–10 ดอก เรียงห่างกัน ใบประดับดอกรูปไข่ สีชมพู มีเส้นใบ 1–3 เส้น มีขนต่อมด้านนอก และสั้นกว่ารังไข่ ดอกสีขาวถึงขาวอมชมพู ดอกไม่บิดกลับ

ฤดูออกดอก : กันยายน–พฤศจิกายน

การกระจายพันธุ์ : พบกระจายพันธุ์ในประเทศเนปาล ภูฏาน อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา จีนตอนใต้ (มณฑลยูนนาน) ลาว เวียดนาม และสุมาตรา ในประเทศไทยพบในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ ตามป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าดิบใบกว้างที่มีความชื้นสูง บริเวณดินที่มีซากพืชสะสมหรือพื้นที่ชุ่มชื้นริมลำธาร ในระดับความสูงประมาณ 300–1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ข้อมูลโดย : นายธนวัฒน์ บุญส่ง
รูปภาพโดย : สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์

#เอื้องไหมนา #กล้วยไม้ภาคใต้ #สวนพฤกษศาสตร์พังงา

จุกโรหินีข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘈𝘤𝘳𝘪𝘰𝘱𝘴𝘪𝘴 𝘭𝘪𝘭𝘪𝘪𝘧𝘰𝘭𝘪𝘢 (J.Koenig) Ormerodวงศ์ : Orchidaceaeชื่ออื่นๆ : เอื้อ...
16/08/2026

จุกโรหินี
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘈𝘤𝘳𝘪𝘰𝘱𝘴𝘪𝘴 𝘭𝘪𝘭𝘪𝘪𝘧𝘰𝘭𝘪𝘢 (J.Koenig) Ormerod
วงศ์ : Orchidaceae
ชื่ออื่นๆ : เอื้องนมหนู, รูหินี

ลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศัย ลำลูกกล้วยขนาดเล็ก รูปไข่ เรียงเป็นกระจุก แต่ละลำมี 5–7 ข้อ และมีกาบหุ้ม 3–4 กาบ เหง้ามีเส้นผ่านศูนย์กลาง
0.2–0.6 ซม. ระยะห่างระหว่างลำลูกกล้วย 0.2–0.7 ซม. มีใบ 2–3 ใบ
ออกที่ปลายลำ รูปแถบ ปลายมน เนื้อใบเหนียว ยาว 13–18 ซม. มีก้านใบยาว 1.5–2.5 ซม. ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ยาว 16–90 ซม. มีดอกจำนวน 12–200 ดอก ดอกสีขาวอมเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8–1.4 ซม. กลีบเลี้ยงกลางรูปรี ปลายแหลม มีเส้นใบ 3 เส้น กลีบเลี้ยงคู่เชื่อม ปลายมน
มีเส้นใบ 4–6 เส้น กลีบดอกรูปรีถึงรูปไข่กลับ ปลายมน มีเส้นใบ 3–5 เส้น กลีบปากแยกเป็น 3 แฉก โคนเชื่อมติดกับเส้าเกสร ส่วนกลางคอดเล็กน้อย ปลายไม่มีติ่งข้าง แฉกปลายกว้าง โคนมีสันนูนเล็กน้อย แฉกข้างรูปไข่กลับ รูปสามเหลี่ยม หรือรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเอียง ผิวเกลี้ยงหรือมีขนสั้นมาก ผลรูปรีถึงเกือบกลม ขนาด 0.9–1.5 × 0.8–1.0 ซม.

ฤดูออกดอก : มกราคม–กรกฎาคม

การกระจายพันธุ์ : พบกระจายพันธุ์ในประเทศเนปาล ภูฏาน อินเดีย บังกลาเทศ เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม หมู่เกาะอันดามัน มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เกาะสุมาตรา เกาะชวา เกาะบอร์เนียว
เกาะสุลาเวสี หมู่เกาะโมลุกกะ นิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแคโรไลน์ ในประเทศไทย
พบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ พบในป่าฝนเขตร้อน ป่าดิบตามฤดูกาล ป่าดิบเขา ป่าพรุน้ำจืด ดงไผ่ สวนยางพารา และสวนผลไม้ ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 0–1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

ข้อมูลโดย : นายธนวัฒน์ บุญส่ง
รูปภาพโดย : สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์

#จุกโรหินี #กล้วยไม้ภาคใต้ #สวนพฟฏษศาสตร์พังงา

เอื้องซ่อนแอบจีนข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘊𝘰𝘭𝘭𝘢𝘣𝘪𝘶𝘮 𝘤𝘩𝘪𝘯𝘦𝘯𝘴𝘦 (Rolfe) Tang & F.T.Wangวงศ์ : Orchidaceaeลักษณะ ...
15/08/2026

เอื้องซ่อนแอบจีน
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘊𝘰𝘭𝘭𝘢𝘣𝘪𝘶𝘮 𝘤𝘩𝘪𝘯𝘦𝘯𝘴𝘦 (Rolfe) Tang & F.T.Wang
วงศ์ : Orchidaceae

ลักษณะ : กล้วยไม้ดิน เหง้าเรียวยาวฉ่ำน้ำ ลำลูกกล้วยทรงกระบอก ยาว 4–5 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 2–4 มิลลิเมตร ใบรูปไข่ถึงรูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง 5–7 เซนติเมตร ยาว 10–15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือเว้ารูปหัวใจ แผ่นใบสีเขียวมีแต้มสีม่วง ก้านใบยาว 1–2 เซนติเมตร โคนก้านหุ้มด้วยกาบใบ ช่อดอกเกลี้ยง ยาวได้ถึง 15 เซนติเมตร ก้านช่อดอกยาว 12–18 เซนติเมตร มีปลอกหุ้มบาง 2–4 ปลอกที่โคนช่อ แกนช่อยาว 4–5 เซนติเมตร ใบประดับรูปไข่แกมรูปหอก ยาว 1–1.5 เซนติเมตร ปลายแหลม
ช่อหนึ่งมีดอก 4–6 ดอก ตั้งเฉียงขึ้น ก้านดอกและรังไข่บิดเล็กน้อย ยาว 0.8–1.5 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบเลี้ยงบนรูปขอบขนานแกมรูปหอก ยาว 10–13 มิลลิเมตร กว้าง 2.5–3 มิลลิเมตร ปลายแหลม มีเส้นใบ 4–5 เส้น กลีบเลี้ยงคู่ข้างรูปขอบขนานโค้งคล้ายเคียว ขนาดใกล้เคียงกลีบเลี้ยงบน กลีบดอกสีเขียว รูปขอบขนานแกมรูปหอก ยาว 10–11 มิลลิเมตร กว้าง 2–2.5 มิลลิเมตร ปลายแหลมถึงเรียวแหลม กลีบปาก 3 แฉก รูปหัวใจกลับแกมรูปไข่กลับ ยาว 9–13 มิลลิเมตร กว้าง 9–12 มิลลิเมตร ส่วนปลายกลีบปากสีขาว ส่วนโคน
สีเหลืองอ่อน มีปุ่มประดับสีเหลืองสดบริเวณกลางกลีบ และมีแถบสีม่วงแดงทั้งสองข้าง แฉกด้านข้างรูปสามเหลี่ยม ปลายมน ยาว 2–4 มิลลิเมตร สั้นกว่าแฉกกลางอย่างชัดเจน เส้าเกสรสีเหลืองอ่อน ยาว 5–8 มิลลิเมตร ปลายขยายกว้างเล็กน้อย มีติ่งรูปสามเหลี่ยมทั้งสองด้านใกล้ปลาย และมีเดือยทรงกระบอกสีเขียว
ที่โคนเส้าเกสร

ฤดูออกดอก : กรกฎาคม–สิงหาคม

การกระจายพันธุ์ : พบกระจายพันธุ์ในประเทศจีนตอนใต้ เมียนมา ไต้หวัน และเวียดนาม ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ พบในป่าดิบชื้นและป่าดิบเขา ที่ระดับความสูง 700–1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

ข้อมูลโดย : นายธนวัฒน์ บุญส่ง
รูปภาพโดย : สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์

#ซ่อนแอบจีน #กล้วยไม้ภาคใต้ #สวนพฤกษศาสตร์พังงา

เอื้องผาหมอกข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘊𝘰𝘦𝘭𝘰𝘨𝘺𝘯𝘦 𝘹𝘺𝘳𝘦𝘬𝘦𝘴 Ridl.วงศ์ : Orchidaceaeลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศัย มีเห...
14/08/2026

เอื้องผาหมอก
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘊𝘰𝘦𝘭𝘰𝘨𝘺𝘯𝘦 𝘹𝘺𝘳𝘦𝘬𝘦𝘴 Ridl.
วงศ์ : Orchidaceae

ลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศัย มีเหง้าเป็นเส้นกลมเลื้อย มีหัวลำรูปรีถึงรูปไข่ มีสันตามยาว 4 สัน และมีร่องลึกระหว่างสัน สีเขียวเป็นมัน เมื่ออ่อนมีสีชมพูถึงม่วงอ่อน เรียงชิดกัน แต่ละหัวลำมีใบเดี่ยวออกที่ปลายหัวลำ ใบรูปใบหอกกว้างถึงรูปรีแกมใบหอก แผ่นใบพับตามยาว มีเส้นใบหลัก 5 เส้น ปลายใบเรียวแหลม โคนใบค่อย ๆ เรียวเป็นก้านใบ ช่อดอกออกจากโคนของหน่อใหม่ ลักษณะห้อยลง ยาวประมาณ 10–20 เซนติเมตร ออกดอกต่อเนื่อง 1–5 ดอกต่อช่อ มีกาบหุ้มช่อดอกรูปทรงกระบอก ปลายแหลม ดอกขนาด 5–7 เซนติเมตร
สีดอกแปรผันได้ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีชมพูอ่อนถึงสีแซลมอน กลีบปากด้านในสีน้ำตาลเข้มถึงน้ำตาลอมม่วงเข้ม และบางต้นมีกลิ่นหอมอ่อน

ฤดูออกดอก : มีนาคม–เมษายน

การกระจายพันธุ์ : พบกระจายพันธุ์ในคาบสมุทรมาเลย์ และเกาะสุมาตรา ในประเทศไทยพบทางภาคตะวันออก และภาคใต้ พบขึ้นอาศัยบนต้นไม้ในป่าดิบชื้นและป่าดิบเขา ทั้ ที่ระดับความสูง 700–1,900 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ข้อมูลโดย : นายธนวัฒน์ บุญส่ง
รูปภาพโดย : สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์

#เอื้องผาหมอก #กล้วยไม้ภาคใต้ #สวนพฤกษศาสตร์พังงา

เอื้องสายสี่ดอกข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘋𝘦𝘯𝘥𝘳𝘰𝘣𝘪𝘶𝘮 𝘤𝘶𝘮𝘶𝘭𝘢𝘵𝘶𝘮 Lindl.วงศ์ : Orchidaceaeลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศ...
13/08/2026

เอื้องสายสี่ดอก
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘋𝘦𝘯𝘥𝘳𝘰𝘣𝘪𝘶𝘮 𝘤𝘶𝘮𝘶𝘭𝘢𝘵𝘶𝘮 Lindl.
วงศ์ : Orchidaceae

ลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศัย เจริญแบบแตกกอ ลำลูกกล้วยทรงกระบอกกลมเรียว ห้อยลง เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5–0.6 เซนติเมตร ยาว 70–90 เซนติเมตร ใบจำนวน 10–20 ใบ เรียงสลับระนาบเดียว แผ่นใบรูปใบหอกถึงรูปขอบขนาน กว้าง 4–5 เซนติเมตร ยาว 9–10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม มักทิ้งใบช่วงออกดอก
ช่อดอกจำนวน 1–4 ช่อ ออกตามข้อใกล้ปลายลำลูกกล้วย เป็นช่อกระจะสั้น ห้อยลง แต่ละช่อมี 4–6 ดอก ดอกบานเต็มที่กว้าง 3.5–4 เซนติเมตร สีชมพูอ่อนหรือสีขาว กลีบเลี้ยงรูปไข่แกมขอบขนาน กลีบดอกรูปไข่กลับ กลีบปากแผ่ออกเกือบเป็นวงกลม ปลายกลีบหยักเว้า คางดอกรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ
2 เซนติเมตร

ฤดูออกดอก : ธันวาคม–มกราคม

การกระจายพันธุ์ : พบกระจายพันธุ์ในประเทศอินเดียและภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัยตะวันออก
ในประเทศไทยพบตามป่าดิบชื้นและป่าพรุ ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ที่ระดับความสูง
300–1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ข้อมูลโดย : นายธนวัฒน์ บุญส่ง
รูปภาพโดย : สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์

#เอื้องสายสี่ดอก #กล้วยไม้ภาคใต้ #สวนพฤกษศาสตร์พังงา

เอื้องแมงมุมขาวข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘛𝘩𝘳𝘪𝘹𝘴𝘱𝘦𝘳𝘮𝘶𝘮 𝘤𝘢𝘭𝘤𝘦𝘰𝘭𝘶𝘴 (Lindl.) Rchb.f.วงศ์ : Orchidaceaeลักษณะ : กล...
13/08/2026

เอื้องแมงมุมขาว
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘛𝘩𝘳𝘪𝘹𝘴𝘱𝘦𝘳𝘮𝘶𝘮 𝘤𝘢𝘭𝘤𝘦𝘰𝘭𝘶𝘴 (Lindl.) Rchb.f.
วงศ์ : Orchidaceae

ลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศัยหรือเกาะบนหิน เจริญทางปลายยอด ลำต้นทอดเลื้อยและไต่ยาว มีรากออกตลอดความยาวของลำต้น ใบรูปขอบขนาน ปลายใบแยกเป็น 2 แฉกไม่เท่ากัน ปลายมน เนื้อใบหนา ไม่มีก้านใบ ช่อดอกออกตามข้อของลำต้นตรงข้ามกับใบ มักมี 2–3 ช่อต่อข้อ แต่ละช่อมี 1–2 ดอก ก้านช่อดอกมีใบประดับรูปสามเหลี่ยม ดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.75 เซนติเมตร สีขาว มีกลิ่นหอม

ฤดูออกดอก : มิถุนายน–สิงหาคม

การกระจายพันธุ์ : พบกระจายพันธุ์ในประเทศเวียดนาม มาเลเซีย สุมาตรา และบอร์เนียว
ในประเทศไทยพบในภาคตะวันตก และภาคใต้ ตามป่าดิบเขาและป่าผลัดใบกึ่งดิบ ที่เกาะอาศัยบนต้นไม้หรือหินโล่ง บริเวณหน้าผา ที่ระดับความสูงประมาณ 50–2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ข้อมูลโดย : นายธนวัฒน์ บุญส่ง
รูปภาพโดย : สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์

#เอื้องแมงมุมขาว #กล้วยไม้ภาคใต้ #สวนพฤกษศาสตร์พังงา

สิงโตขนปุยข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘉𝘶𝘭𝘣𝘰𝘱𝘩𝘺𝘭𝘭𝘶𝘮 𝘭𝘪𝘯𝘥𝘭𝘦𝘺𝘢𝘯𝘶𝘮 Griff.วงศ์ : Orchidaceaeลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศั...
12/08/2026

สิงโตขนปุย
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘉𝘶𝘭𝘣𝘰𝘱𝘩𝘺𝘭𝘭𝘶𝘮 𝘭𝘪𝘯𝘥𝘭𝘦𝘺𝘢𝘯𝘶𝘮 Griff.
วงศ์ : Orchidaceae

ลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศัยขนาดเล็ก ลำต้นเจริญทางด้านข้าง ลำลูกกล้วยเกือบกลม มีใบรูปขอบขนานหนึ่งใบ ออกดอกเป็นช่อโปร่งโค้ง ช่อดอกแบบกระจะ ยาวประมาณ 18-25 ซม. มีดอกจำนวนมาก ดอกกว้างประมาณ 1 ซม. ดอกสีครีมมีเส้นสีม่วงตามความยาวกลีบเป็นระยะ ที่ขอบกลีบมีขน กลีบเลี้ยงบนรูปไข่ กลีบเลี้ยงคู่ข้างรูปสามเหลี่ยม ปลายกลีบเลี้ยงทั้งสามมีสีม่วงเข้ม กลีบปากรูปแถบหนา ปลายกลีบโค้งลง ด้านบนกลีบเรียบ ด้านล่างกลีบมีขนปกคลุม ดอกมีกลิ่นหอม

ฤดูออกดอก : พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

การกระจายพันธุ์ : พบกระจายพันธุ์ในอินเดีย เมียนมา ในประเทศไทยพบในภาคเหนือ และภาคใต้ ของพื้นที่ป่าที่มีอากาศตั้งแต่อบอุ่นถึงค่อนข้างเย็น ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 200-400 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

ข้อมูลโดย : นายธนวัฒน์ บุญส่ง
รูปภาพโดย : สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์

#สิงโตขนปุย #กล้วยไม้ภาคใต้ #สวนพฤกษศาสตร์พังงา

สิงโตลิ้นเหลืองข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘉𝘶𝘭𝘣𝘰𝘱𝘩𝘺𝘭𝘭𝘶𝘮 𝘵𝘦𝘯𝘶𝘪𝘧𝘰𝘭𝘪𝘶𝘮 (Blume) Lindl.วงศ์ : Orchidaceaeลักษณะ : กล...
12/08/2026

สิงโตลิ้นเหลือง
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 𝘉𝘶𝘭𝘣𝘰𝘱𝘩𝘺𝘭𝘭𝘶𝘮 𝘵𝘦𝘯𝘶𝘪𝘧𝘰𝘭𝘪𝘶𝘮 (Blume) Lindl.
วงศ์ : Orchidaceae

ลักษณะ : กล้วยไม้อิงอาศัย มีเหง้าเลื้อย รากเส้นเล็กแตกออกตามข้อของเหง้า ลำลูกกล้วยรูปไข่
สูง 0.6–1.8 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.3–0.8 ซม. เรียงห่างกัน 1–1.5 ซม. สีเขียว มีสีม่วงปนเล็กน้อย ใบออก
ที่ปลายลำลูกกล้วย รูปรีแกมขอบขนาน ปลายมน ยาว 2–5 ซม. กว้าง 0.6–1.2 ซม. สีเขียว โคนใบมีสีม่วงเรื่อ เนื้อใบหนาคล้ายหนัง ช่อดอกออกจากโคนลำลูกกล้วย ก้านช่อดอกยาว 3–7 ซม. มีดอกเดี่ยว ดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.2 ซม. รังไข่และก้านดอกยาว 1.5–1.7 ซม. กลีบเลี้ยงรูปใบหอก ปลายแหลม ยาว 0.5–1 ซม. สีเขียวหรือสีเหลืองอมเขียว มีเส้นสีม่วงเด่นชัด กลีบดอกรูปเกือบกลม ยาว 0.2–0.3 ซม. สีเหลืองอ่อน
มีจุดสีดำ กลีบปากรูปลิ้น เคลื่อนไหวได้ ปลายมน ยาว 0.4–0.7 ซม. สีเหลือง โคนกลีบปากสีม่วง เนื้อหนา
เส้าเกสรสีเขียว ยาวประมาณ 1 มม.

ฤดูออกดอก : มีนาคม-พฤษภาคม

การกระจายพันธุ์ : พบกระจายพันธุ์ในหมู่เกาะอันดามัน ลาว กัมพูชา มาเลเซีย เกาะสุมาตรา เกาะบอร์เนียว เกาะชวา หมู่เกาะซุนดาน้อย เกาะสุลาเวสี และฟิลิปปินส์ ในประเทศไทยพบในภาคใต้

ข้อมูลโดย : นายธนวัฒน์ บุญส่ง
รูปภาพโดย : สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์

#กล้วยไม้ภาคใต้ #สิงโตลิ้นเหลือง #สวนพฤกษศาสตร์พังงา

ที่อยู่

8. 50181837962067, 98. 54600433587859
Phangnga
82000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวนพฤกษศาสตร์พังงา องค์การสวนพฤกษศาสตร์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์