31/01/2025
🥦 คุณค่าทางอาหารและยา จากพืช/ผัก/ผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ หรือสารพฤกษเคมี (phytochemicals) ล้วนมีที่มาจากดินดี
เหตุที่ต้องเน้นย้ำความสำคัญของ "ดินดี" เพราะมีความเข้าใจว่า การเพาะปลูกด้วยปุ๋ยเคมี หรือแม้แต่สารอาหารน้ำ ก็ให้ผลผลิตได้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
แต่สำหรับคนที่เคยได้รับประทานผลิตผลจากการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์แท้ (รวมถึง regenerative farming) คงมีความประทับใจที่ยากจะลืมได้ กับสีสันสดใส รสชาติหอมอร่อย สัมผัสกรอบฉ่ำ และความรู้สึกเจริญอาหาร ที่เกิดขึ้นจากการได้รับประทานผลผลิตเหล่านั้น
🍇 แล้วทำไม "ดินดี" จึงสร้างความแตกต่างได้ ?
ขอเริ่มต้นอธิบายจากทฤษฎีการเกษตรแบบอุตสาหกรรม ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายในเชิงปริมาณ จึงให้ความสำคัญกับการป้อนธาตุอาหารหลัก หรือ macronutrients เพื่อรักษาอัตราการผลิตต่อไร่ ส่งผลให้ความใส่ใจในธาตุอาหารรอง หรือ micronutrients/trace elements ซึ่งเป็นตัวแปรในเชิงคุณภาพ ถูกลดทอนความสำคัญลง
จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ปริมาณวิตามินในส้ม 1 ผล ได้ลดลงถึง 8 เท่า ในช่วงเวลาไม่ถึง 100 ปี หรือกรณีตัวอย่างขององุ่นไชน์มัสแคทจากประเทศจีน ที่แม้จะมีผลผลิตจำนวนมากจำหน่ายออกสู่ตลาด แต่ก็ไม่สามารถรักษากลิ่นหอม รสชาติ เนื้อสัมผัส อันเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์ไชน์มัสแคทไว้ได้
นอกจากนี้ ดินดียังต้องมีชีวิต ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียง พืช/ผัก/ผลไม้ ที่ปลูกหมุนเวียนกันไป แต่มีความหมายครอบคลุมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งน้อยใหญ่ในระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นนก มด แมลง กิ้งกือ ไส้เดือน รวมถึงจุลินทรีย์ รู้หรือไม่ ในดินดี 1 ช้อนชา มีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ทั้งแบคทีเรีย รา โปรโตซัว และนีมาโทดส์ อาศัยอยู่ร่วมกันมากกว่า 1,000 ล้านตัว
🍎 คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมกิมจิ โยเกิร์ต ชีส ไวน์ ขนมปังซาวโดวจ์ หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์ จึงมีคุณค่าทางอาหารที่แตกต่าง หรือมากขึ้นกว่าวัตถุดิบตั้งต้น
คำตอบแรกที่นึกถึง คงเป็นเพราะอาหารเหล่านี้มีจุลินทรีย์ หรือ probiotics เป็นส่วนประกอบ แต่ยังมีคำอธิบายที่มากกว่านั้น นั่นคือ เพราะมนุษย์ พืช และสัตว์ ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่กินจุลินทรีย์เป็นส่วนหนึ่งของอาหาร รวมถึงต้องพึ่งพาแบคทีเรีย ในกระบวนการย่อยและปลดปล่อยสารอาหาร หรือ postbiotics เพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ลำไส้ของผู้ใหญ่ 1 คน มีจุลินทรีย์อาศัยอยู่มากถึง 36,000 สายพันธุ์ หรือประมาณ 39 ล้านล้านเซลล์ ซึ่งคำนวณเป็นน้ำหนักรวมได้ 1-3.7 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตและอาหารที่รับประทานของแต่ละบุคคล (สมองมีน้ำหนัก 1.4 กิโลกรัม)
ใน พืช/ผัก/ผลไม้ ก็เช่นกัน คุณเคยได้ยินวลีทอง "An apple a day keeps the doctor away" ใช่ไหม แล้วทำไมแอปเปิ้ลจึงดีต่อสุขภาพของเรา? คำตอบไม่ใช่เพียงเพราะแอปเปิ้ลมี prebiotics อย่างใยอาหาร ทั้งชนิดที่ละลายและไม่ละลายน้ำ หรือมีสารพฤกษเคมี อย่าง quercetin และ catechins เท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะในแอปเปิ้ล 1 ผล มีแบคทีเรียอาศัยอยู่มากถึง 100 ล้านเซลล์ หรือมากกว่า 1,000 สายพันธุ์ โดยหนึ่งในนั้น คือ Lactobacilli ที่หลายคนคุ้นเคย
🌽 แล้วแบคทีเรียมากมายใน พืช/ผัก/ผลไม้ มาจากไหน ?
ส่วนหนึ่ง เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านเมล็ดพืช ซึ่งเรียกว่า Endophytic Bacteria และอีกส่วนหนึ่ง เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ในดินที่ถูกดูดซึมผ่านรากพืช ซึ่งเรียกว่า Rhizophagy Bacteria
มาถึงจุดนี้ คุณคงแปลกใจกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ระหว่างจุลินทรีย์และพืช/ผัก/ผลไม้ แต่คุณคงหายแปลกใจในทันที เมื่อได้รู้ว่า ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ขนาดที่ต้องถูกบันทึกลงในรหัสพันธุกรรม (DNA) เหล่านี้ มีจุดเริ่มต้นร่วมกันมายาวนานถึง 420 ล้านปี นับแต่สาหร่ายสีเขียวได้เคลื่อนตัวขึ้นจากน้ำเป็นครั้งแรก
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ พืช/ผัก/ผลไม้ ดิน และจุลินทรีย์ จึงไม่ควรถูกพรากจากกันอีกต่อไป เว้นเสียแต่ว่า ...
♻️
(1) การหมุนเวียนธาตุอาหาร (nutrient recycling) ถูกด้อยค่าเป็นเพียงการกำจัดขยะ
เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่อาหารเหลือ เปลือกผักผลไม้ และใบไม้ใบหญ้า ซึ่งเป็นอินทรียวัตถุที่มีคุณค่า จะถูกจัดการอย่างขยะไร้ประโยชน์ และถูกทิ้งไปให้ไกลพ้นสายตา
สิ่งที่สะท้อนมุมมองการด้อยค่านี้ได้ชัดเจนที่สุด คงเป็นการออกแบบถังหมักปุ๋ย ให้มีรูปลักษณะคล้ายคลึงกับถังขยะทั่วไป คือ มีฝาปิดสนิทมิดชิด และรองรับขยะให้ซ้อนทับกันในแนวตั้ง
แต่รู้ไหมว่า มีเพียงกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์ของจุลินทรีย์เท่านั้น (complete biodegradation/mineralization) ที่สามารถหมุนเวียนธาตุอาหาร จากอินทรียวัตถุให้กลับคืนสู่ดิน ในรูปที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ (bioavailability)
ในระหว่างที่ขั้นตอนสำคัญนี้ดำเนินไป จุลินทรีย์จะมีความต้องการใช้ออกซิเจนปริมาณมาก (มากเท่ากับที่มนุษย์ใช้หายใจ) แต่ด้วยรูปลักษณะของถังหมักปุ๋ยที่อับอากาศ แม้จะมีการเจาะรูเล็กๆ เอาไว้ ก็พอแค่ให้ก๊าซภายในถังไม่อัดแน่นจนระเบิดออกเท่านั้น เมื่อปริมาณออกซิเจนเริ่มเบาบาง วิถีการทำปฏิกิริยาของจุลินทรีย์จึงถูกเปลี่ยนจากการย่อยสลาย กลายเป็นเพียงการหมัก และนี่คือจุดที่ฝันร้ายเริ่มต้นขึ้น 🫣
เมื่อ Homeostasis หรือสภาวะที่มีสมดุล ระหว่างอินทรียวัตถุ กลุ่มจุลินทรีย์ และออกซิเจน ถูกแทนที่ด้วย dysbiosis หรือสภาวะที่ไร้สมดุล กลุ่มจุลินทรีย์เดิมจึงถูกแทนที่ด้วยกลุ่มจุลินทรีย์ที่ทำปฏิกิริยาแบบไร้อากาศ สังเกตได้จากกลิ่นเน่าเหม็นที่เกิดขึ้น และด้วยเหตุที่อินทรียวัตถุในครัวเรือนนั้น มีเส้นใยพืช แป้ง น้ำตาล และไขมัน เป็นส่วนประกอบ ผลลัพธ์ที่ได้จึงหนีไม่พ้นกรด แอลกอฮอล์ และมีเทน
ฝันร้ายยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะกรดและแอลกอฮอล์นั้นมีฤทธิ์กัดกร่อนและทำละลาย ที่ไม่เพียงจะทำให้อินทรียวัตถุเปื่อยยุ่ยและเสื่อมสลาย แต่มันยังกัดกร่อนไมโครพลาสติกให้หลุดลอกออกมา จนถังหมักปุ๋ยบางลงอย่างช้าๆ ส่วนน้ำขยะ (leachate) ที่ไหลซึมออกมา และทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำหมักปุ๋ย แม้จะมีธาตุอาหารจากอินทรียวัตถุผสมอยู่บ้าง แต่ก็มีกรด แอลกอฮอล์ มีเทน และไมโครพลาสติก เจือปนอยู่ด้วยเช่นกัน น้ำหมักปุ๋ยที่เข้าใจ จึงอาจเป็นเพียงค็อกเทลพิษ สำหรับ พืช/ผัก/ผลไม้ และสิ่งมีชีวิตในดิน
สุดท้ายนี้ ต้องไม่ลืมว่าแอลกอฮอล์และมีเทน เป็นเชื้อเพลิงที่ติดไฟง่าย ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวในหลายประเทศ ที่พบเหตุอัคคีภัยจากการลุกติดไฟเองของกองปุ๋ยและบ่อขยะอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเรียกว่า compost fires หรือ spontaneous combustion
🌏
(2) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการย่อยสลาย ถูกหมายรวมว่าเป็นก๊าซเรือนกระจก
เป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง ที่จะเหมารวมว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทุกชนิด เป็นก๊าซเรือนกระจกทำร้ายโลก
เพราะแท้จริงแล้ว ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพนั้น เป็นส่วนหนึ่งของ biogenic carbon ที่หมุนวนอยู่ในชีวมณฑล ผ่านลมหายใจของมนุษย์ พืช สัตว์ และจุลินทรีย์ มายาวนานนับพันล้านปี ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตได้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ จึงแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ anthropogenic carbon ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ เช่น การทำเหมือง การเผาป่า การเดินทาง หรือการใช้เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม
ยังมีประเด็นที่จะหลงลืมไปไม่ได้ คือ พืช/ผัก/ผลไม้ ต้องใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการสังเคราะห์แสง ซึ่งเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว กับกระบวนการกักเก็บคาร์บอนทางชีวภาพ หรือ biological carbon sequestration อันเป็นหนทางหนึ่ง ที่จะช่วยชะลอความรุนแรงของสภาวะโลกรวน
ทั้งนี้ เพราะต้นไม้ ไม่ได้ใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อการเจริญเติบโตของตัวเองเพียงลำพัง แต่ยังส่งต่อคาร์บอนที่ได้มาเหล่านั้นลงสู่ดิน ในรูปของ liquid carbon/root exudates เพื่อเป็นอาหารและสื่อสารกับกลุ่มจุลินทรีย์บริเวณราก เมื่อใดที่ดินเต็มไปด้วยจุลินทรีย์และอินทรียวัตถุ ระบบนิเวศและสายใยอาหาร (food web) จะเริ่มกลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง 🌱
ความอุดมสมบูรณ์ในสายใยอาหาร คือ ปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยกระตุ้นการผลิตสารพฤกษเคมี ไม่ว่าจะเป็น flavonoids, hormones, polyphenols, terpenes หรือ antioxidants อื่นๆ โดย พืช/ผัก/ผลไม้ จะใช้สารเหล่านี้เป็นเครื่องมือตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น การล่อแมลงผสมเกสร การรักษาบาดแผลที่ถูกแทะเล็ม หรือการจัดระเบียบกลุ่มจุลินทรีย์บริเวณราก เป็นต้น
สำหรับอินทรียวัตถุที่จะช่วยสร้างดินดี ไม่จำเป็นต้องมีส่วนผสมพิเศษ เพราะเมื่อมองไปยังธรรมชาติให้ลึกลงไป จะได้พบกับกลไกการหมุนเวียนธาตุอาหารอันแสบเรียบง่าย มีเพียงกิ่ง ใบ ดอก ผล ที่ร่วงหล่นจากต้นสู่รากตามฤดูกาล และมีเพียงร่างกายและสิ่งขับถ่ายจากสิ่งมีชีวิต ที่ได้เคยอาศัยอาหารและร่มเงาจากต้นไม้เหล่านั้น ก็ดูจะเพียงพอแล้ว แต่ยังมีความลับที่ซ่อนอยู่ คือ 80% ของดินที่มองเห็น นั้นเป็นการสั่งสมของซากจุลินทรีย์จำนวนมหาศาล และยาวนาน
เมื่อกล่าวถึงสิ่งมีชีวิต หลายคนคงหวั่นใจกับการมาเยี่ยมเยือนของไส้เดือน หนอน แมลง มดแดง หอยทาก ตั๊กแตน แมลงปอ กบ และนก แต่แท้จริงแล้ว พวกมันทั้งหลายล้วนเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น แม้พวกมันจะกิน พืช/ผัก/ผลไม้ ของเราไปบ้าง แต่พวกมันก็กินแมลงศัตรูพืชชนิดต่างๆ เป็นอาหารด้วยเช่นกัน ซึ่งเรียกกลไกนี้ว่า biological pest control
จากผลการศึกษาของ Eyal G. Frank นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ในเขตพื้นที่เกษตรกรรมที่ฝูงค้างคาวได้หายไป กลับมีอัตราการเสียชีวิตของทารก (ที่ไม่เกี่ยวกับอุบัติเหตุและการทำร้ายร่างกาย) สูงกว่าปกติ 7.9% ทั้งนี้ เพราะการหายไปของค้างคาวซึ่งเป็นสัตว์กินแมลง ส่งผลให้เกษตรกรต้องใช้ยาฆ่าแมลงเพิ่มขึ้นถึง 31.1%
Antoine de Saint - Exupery เคยกล่าวไว้ว่า
"Well, I must endure the presence of a few caterpillars if I wish to become acquainted with the butterflies."
🦋 เราเองก็คงไม่มีโอกาสได้ชื่นชมความสวยงามของหมู่ผีเสื้อ หากไม่ยินดีให้หนอนผีเสื้อได้พักพิงอาศัยและเติบโต
"ดินดี" เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในตัวเอง การจะได้มา ต้องประกอบด้วยเหตุและปัจจัยที่สมบูรณ์พร้อม ในธรรมชาติ การเพิ่มขึ้นของดินเพียง 1 เซนติเมตร ต้องใช้ระยะเวลาสั่งสมยาวนานกว่า 100 ปี ทั้งนี้ เพราะการเกิดขึ้นของดินดี จะต้องผ่านกระบวนการทางชีวภาพของจุลินทรีย์ครบถ้วนเสียก่อน
กล่าวคือ อินทรียวัตถุมากกว่า 90% จะต้องผ่านการย่อยสลายที่สมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงเพื่อกำจัดซากพืชซากสัตว์ให้มีปริมาณน้อยลง แต่เพื่อส่งต่อธาตุอาหารอันมีค่า กลับคืนสู่วงจร nutrient cycle ให้ได้มากที่สุด สิ่งที่หลงเหลือไว้ จึงเป็นเพียงเม็ดดินอีกเล็กน้อย เพื่อทำหน้าที่เป็นภาชนะรองรับการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของสรรพชีวิต
🌾 มาถึงตรงนี้ คงชัดเจนแล้วว่า ปุ๋ยหมัก ไม่เท่ากับ ดินดี
เพราะปุ๋ยหมักยังคงมีส่วนประกอบของอินทรียวัตถุที่เปื่อยยุ่ยแต่ไม่ย่อยสลาย และมีกลิ่นเหม็น ในขณะที่ดินดี จะมีเนื้อสัมผัสที่ละเอียด อ่อนนุ่ม และชุ่มชื้น เนื่องจากมีสาร EPS (Extracellular Polymeric Substances) ของจุลินทรีย์ช่วยรักษาโครงสร้างของดินเอาไว้ อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวในสไตล์ earthy ชื่อว่า geosmin ที่แบคทีเรียในดินส่งออกมา
คงจะจริงดังที่ Nikola Tesla เคยกล่าวไว้
"Even the smallest creature can lead to changes in the entire universe."........
"ดีพรูท" จุลินทรีย์ชนิดผง ประกอบด้วยกลุ่มจุลินทรีย์ primary degrader ที่สามารถย่อยสลายเศษอาหาร และอินทรียวัตถุชนิดต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
🐛 1 ถุง บรรจุ 150 กรัม ราคา 149 บาท
🐞 ค่าจัดส่ง 40 บาท
🐌 โปรโมชั่น ซื้อ 4 ถุง ราคา 596 บาท + ส่งฟรี........
ช่องทางสั่งซื้อเพิ่มเติม
NexGen: https://nexgencommerce.one.th/share/R2iJBlvorC-115004
Line: หรือคลิก https://lin.ee/n1G8dCv
LineShopping: https://shop.line.me/
Shopee: https://shopee.co.th/newish_microbes/
Lazada: https://www.lazada.co.th/shop/biologically/........
ขอบคุณข้อมูล
- องุ่นไชน์มัสแคทจากจีนล้นตลาด ส่งขายราคาถูก แต่คุณภาพต่ำ รสชาติไม่ดี, กรุงเทพธุรกิจ, 9 กันยายน 2024.
- Defending Beef: The Ecological and Nutritional Case for Meat, Nicolette Hahn Niman.
- Fibre Fuelled: The Plant-Based Gut Health Program for Losing Weight, Restoring Your Health, and Optimizing Your Microbiome, Dr. Will Bulsiewicz.
- Microbiome: A Very Short Introduction, Angela E. Douglas.
- Teaming with bacteria: The Organic Gardener's Guide to Endophytic Bacteria and the Rhizophagy Cycle, Jeff Lowenfels.
- The economic impacts of ecosystem disruptions: Costs from substituting biological pest control, Eyal G. Frank, Science, 6 Sep 2024, Vol.385, Issue 6713.
- The hidden half of nature: the microbial roots of life and health, David R. Montegomery and Anne Bikle.
- What Causes Compost Fires: Knowing the Conditions, Arlene Karidis, 10 June 2024, waste 360.