04/09/2024
คุยกับสถาปนิก คุณเล็ก เมธา บุนนาค; ศิลปินแห่งชาติ ทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม)
บริษัท บุนนาค อาร์คิเท็คส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแทนท์ส จำกัด
Conversation with Lek Mathar Bunnag; Thailand National Artist (Architecture)
Bunnag Architects International Consultants
ศิลปะและสถาปัตยกรรม ครั้งที่ 143
Art and Architecture No 143
วันที่ 4 กันยายน 2567
4th September 2024
a. เรื่องที่ลงต่อไปนี้เป็นรูปถ่ายแสดงการเขียนแบบ present, แบบก่อสร้าง, การผลิตงานสถาปัตยกรรมและการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่นักศึกษาและสถาปนิกรุ่นน้องควรจะรู้ไว้บ้าง เพราะสถาปนิกทุกคนจะต้องพบกับสถานการณ์ที่คล้ายๆกัน ใน condition อื่น แต่หลักการวิธีและ process ของการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกันทั้งในและนอกประเทศ ถ้าทำงานสถาปัตยกรรมนอกประเทศส่วนมากสถาปนิกจะต้องรู้ระบบ RIBA (Royal Institute of British Architects) เป็นมาตรฐานไว้ก่อน
b. ต่อจาก “คุยกับคุณเล็ก บุนนาค ครั้งที่ 136 วันที่ 10 กรกฎาคม 2567, ครั้งที่ 137 วันที่ 11 กรกฎาคม 2567, ครั้งที่ 140 วันที่ 16 สิงหาคม 2567 และครั้งที่ 141 วันที่ 20 สิงหาคม 2567”
เรื่องโรงแรม Dusit Devarana, New Delhi, India โดยบริษัท บุนนาคอาร์คิเท็คส
เป็นผู้ออกแบบ, เขียนแบบก่อสร้าง, ดูแลงานสถาปัตยกรรมระหว่างก่อสร้างจนเสร็จ
ตั้งแต่ Conceptual Design, Design Development, Construction Drawing,
Supervision จนถึง Completion
(ชื่อใหม่ The Roseate New Delhi, India)
c. รูปทุกรูป, หุ่นจำลอง, drawing และ sketch รวมถึงการประชุมและการให้ instruction ที่ใช้ในระหว่างงานก่อสร้างทั้งสิ้น เพื่อแสดงให้นักศึกษาและสถาปนิกรุ่นน้องพอเข้าใจและสามารถ visualized กระบวนการและ mood ระหว่างการก่อสร้าง
รูปทุกรูปไม่ได้มีการจัด sequence of events ตามเวลา ดังนั้นผู้ที่สนใจควรจะตั้งใจสังเกตและจัด sequence เองก็จะเข้าใจมากขึ้น - enjoy
d. project ชิ้นนี้สำหรับข้าพเจ้า ไม่ง่าย แต่ enjoyable
Subject : การทำหุ่นจำลอง (study scaled model) คือกุญแจที่สำคัญที่สุด ที่จะช่วยการผลิตสถาปัตยกรรมให้ได้ผลแม่นยำที่สุด
1. เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แม่นยำใกล้เคียงที่สุดกับจินตนาการของสถาปนิก ขนาดของหุ่นจำลองที่เล็กสุดควรจะเริ่มจาก scale 1:50 และเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นถึง scale 1:1 โดยเฉพาะการผลิตสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้ใช้เส้นนอน (horizontal) และเส้นตั้ง (vertical) และ/หรือ มุม 90 องศาอยู่เสมอ ทั้งใน plan, section และ elevation เพราะสถาปัตยกรรมเช่นนี้สามารถที่จะเข้าใจและจินตนาการได้ง่ายและเร็วกว่าสถาปัตยกรรมที่ใช้เส้นโค้ง, รูปทรงและ space โค้งสามมิติ เช่นงานของสถาปนิก Zaha Hadid, Frank Gehry ฯลฯ
2. หุ่นจำลองสถาปัตยกรรมที่ใช้ scale 1:50 หรือใหญ่กว่าขึ้นไป แทบจะโกง (cheat) ไม่ได้เลย ซึ่งต่างจากการเขียน sketch up, drawing เช่น plan, section, elevation ซึ่งเป็นการเขียนโดยใช้เส้นสองมิติ เพื่อความเข้าใจสามมิติ ถึงแม้จะเป็นการเขียนด้วย scale 1:50 หรือใหญ่กว่าขึ้นไปก็ตาม drawing ก็ยังสามารถโกงได้ง่ายๆ กำกวมได้ง่าย และเกิดความไม่แม่นยำ (imprecise) ได้ง่าย ถึงแม้จะมีตัวเลขกำหนดระดับ, ตัวเลขกำหนด dimension มากที่สุดเท่าที่จะให้ได้แล้วก็ตาม
แต่ที่สำคัญที่สถาปนิกจะต้องรู้คือ drawing (การเขียนแบบ) รวมถึงการเขียน sketch up และ perspective บนจอคอมพิวเตอร์อย่างเดียวแทบจะไม่มีทางที่จะทำให้ผู้อ่าน drawing สามารถเข้าใจรูปสามมิติหรือเกิดจินตนาการสามมิติเกิดขึ้นในหัวได้ชัดเจนแม่นยำได้เสมอไป เมื่อเทียบกับการมองเห็นหุ่นจำลองซึ่งเป็นรูปทรงสามมิติ ซึ่งผู้เห็นหุ่นจำลองสามารถเข้าใจจินตนาการของสถาปนิกได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
3. ข้าพเจ้ายกตัวอย่าง ถ้าเราอ่านตัวโน้ตดนตรีเป็นและคล่อง เมื่อเราอ่านตัวโน้ตบนกระดาษเราสามารถได้ยินเสียงดนตรีขึ้นในหัวเราได้ เกิดอารมณ์จากการเพียงได้อ่านตัวโน้ตดนตรีบนกระดาษ โดยยังไม่มีใครมาเล่นดนตรีให้ฟัง แต่ process การผลิตงานสถาปัตยกรรม complex กว่าการ create ดนตรีมาก เพราะงานสถาปัตยกรรมเป็นงานที่จับต้องได้ (tangible) แต่ดนตรียังเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ (intangible) อยู่
4. การเขียนแบบก่อสร้างสถาปัตยกรรมก็เช่นเดียวกัน ถ้าผู้อ่านได้อ่านแบบก่อสร้างที่สมบูรณ์ ก็ควรจะเกิดจินตนาการ
(imagination) ขึ้นในหัวของผู้อ่านได้เช่นเดียวกับจินตนาการที่สถาปนิกนึกคิดเห็นอยู่ ถ้าไม่ได้เห็นเช่นนั้น แสดงว่าแบบก่อสร้างหรือ drawing ที่ใช้ฉบับนั้นยังไม่สมบูรณ์ หรืออาจมีข้อผิดพลาดหรือไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้อ่านเช่นเจ้าของหรือผู้รับเหมาก่อสร้างไม่สามารถจินตนาการได้เท่ากับผู้เขียนแบบหรือสถาปนิกผู้ออกแบบ
5. ถ้าผู้เขียนแบบไม่ได้มีจินตนาการที่ชัดเจนสมบูรณ์ หรือผู้เขียนแบบมั่ว หรือผู้เขียนแบบเขียนแบบไม่เป็น เช่นให้สัญลักษณ์ผิด, ใช้เส้นผิดประเภทแสดงความหมายไม่ถูกต้อง, ให้ระยะไม่เพียงพอ (dimension), ขาดหรือไม่มีระดับเพียงพอ (level), แบบที่เขียนจำนวนไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้อ่านหรือผู้ก่อสร้างเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์ ฯลฯ ถ้าเป็นเช่นนี้ แน่นอนเจ้าของเท่านั้นที่จะเป็นผู้รับบาป จ่ายค่าโง่ ด้วยเงินและเวลาเท่านั้น ยิ่งแบบก่อสร้างผิดพลาดไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ เจ้าของก็จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเท่านั้น
6. วิชาชีพสถาปัตยกรรมไม่ว่าอยู่ระหว่างช่วงไหนของการผลิตสถาปัตยกรรม จึงไม่ใช่สิ่งง่าย ซึ่งก็คงไม่ต่างจากวิชาชีพอื่นเช่น แพทย์, นักกฎหมาย, นักบัญชี, นักดนตรี ฯลฯ ซึ่งต้องการความแม่นยำและความอดทนอยู่เสมอเช่นกัน
7. ดังนั้นถ้าเจ้าของ office ตัดสินใจว่าจะออกแบบสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่ไม่ใช่ประกอบด้วยเส้นตั้ง เส้นนอนและมุม 90 องศาเป็นหลัก จะต้องเตรียมตัวรู้ว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เช่นการทำหุ่นจำลอง (study model) จำนวนมาก ซึ่งต้องใช้ model studio ใช้ช่างทำ model หรือสถาปนิกที่มีประสบการณ์ที่ทำหุ่นจำลองเส้นโค้งและ space โค้ง ที่ไม่ธรรมดา รวมถึงการทำกล่องไม้ขนาดใหญ่เพื่อส่งหุ่นจำลอง (study model) ไปที่ site ถ้าsiteก่อสร้างอยู่ต่างประเทศ จะต้องออกแบบให้เปิดให้ custom officer ตรวจได้และปิดได้ เพราะฉะนั้นจะต้องมีสถาปนิกผู้ช่วยขณะเดินทางไปประชุม supervision ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทุกชนิด ทุกประเภท เจ้าของจะต้องรู้ก่อนและตัดสินใจเตรียมตัวว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเช่นนั้น
8. ดังนั้นเจ้าของ office จะต้องเตรียมเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะต้องทำในข้อ 7 ให้อยู่ในสัญญาระหว่างสถาปนิกกับเจ้าของตั้งแต่แรก การไปขอเพิ่มค่า fee โดยไม่ได้เตรียมตัวไว้ตั้งแต่แรก เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพิ่ม ไม่ใช่เป็นลักษณะของสถาปนิกมืออาชีพโดยทั่วไป
ขอให้พระคุ้มครอง
เมธา บุนนาค เล็ก (สถาปนิก)
Lek Mathar Bunnag (Architect)
วุฒิกร ไฝเนียม (สถาปนิก)
Wuthikorn Fhinium (Architect)
ณัฐวัฒน์ ศิระวิวัฒน์ (สถาปนิก)
Nutawat Siraviwat (M.Arch)
ผู้จัดพิมพ์จากการพูดของคุณเล็ก บุนนาค
และเป็นผู้จัด Digital Graphic, Digital Library ของ Bunnag Architects
วันที่ 4 กันยายน 2567
4th September 2024
บริษัท บุนนาค อาร์คิเท็คส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแทนท์ส จำกัด
Bunnag Architects International Consultants