บ้าน บ้าน

บ้าน บ้าน ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก บ้าน บ้าน, การต่อเติมบ้าน, 501, Bangkok.

26/01/2025
30/12/2024
28/12/2024

แชร์ความรู้ ระยะชานพักประตูที่ดีควรขนาดเท่าไหร่🚪
วันนี้พี่ปี้มาแชร์ความรู้เล็กๆเรื่องชานพักประตูหน้าบ้านครับว่าควรมีความกว้างเท่าไหร่ถึงจะดีครับ🙌🏻
ระยะชานพักประตูที่ดีควรกว้าง 1.5 เมตรขึ้นไปครับ ✅
เพราะหากมีระยะแค่ 1 เมตร เวลาที่เราเปิดประตูเข้า-ออก ขนาดประตูก็เกือบ 1 เมตรแล้วครับ จะทำให้เราไม่สามารถมีที่ยืนหรืออาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ 
เพราะฉะนั้นควรทำระยะชานพักประตูเผื่อเวลาที่เรายืนตอนเปิดประตูออกมาด้วยครับ 
***ทั้งหมดนี้เป็นในกรณีที่ประตูบ้านเราเป็นแบบเปิดเข้านะครับ
ใครชอบความรู้ดีๆแบบนี้ฝากกดติดตามด้วยนะครับ✅
 #ช่างเถอะbyพี่ปี้ #พี่ปี้ชีวิตพื้นพื้น #ชีวิตพื้นพื้น #ประตู #ชานพัก #ชานพักประตู #ระยะปลอดภัย #ความรู้ดีๆ #ความรู้ #ทริคดีๆ

28/12/2024

“ ห้องมีหน้าต่างเยอะ ประตูเยอะ แต่ทำไมห้องไม่เย็น ?? “
อาจะเป็นเพราะ “ ตำแหน่งของช่องรับลม “ ไม่ถูกต้องหรือเปล่า 🚪🪟💨
ตำแหน่งของช่องประตูหน้าต่าง ส่งผลต่ออากาศภายในห้อง หากวางตำแหน่งได้ดีอากาศจะไหลเวียนได้สะดวกและยังช่วยทำให้ห้องเราเย็นขึ้นได้ด้วย ✨
***ปริมาณลมจะไหลเวียนเข้าบ้านมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการวางแปลนบ้านและตำแหน่งของช่องลมด้วย🏡
 #พี่ปี้ชีวิตพื้นพื้น #ช่างเถอะbyพี่ปี้ #ชีวิตพื้นพื้น 
 #ช่องรับลม #อากาศเย็น #ช่องลม #เทคนิค #ทริคดีบอกต่อ #ทิศทางลม #รีวิวบ้านหลังแรก

22/12/2024

#ต้นทุนก่อสร้างบ้านมีอะไรบ้าง ?
ผมขอยกตัวอย่าง "บ้าน คสล. 2ชั้น ทั่วไป"
เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจได้ง่ายๆ มาดูกันเลยครับ
________

1. ต้นทุนโครงสร้าง
ต้นทุนงานโครงสร้างทั่วไปไม่ควรเกิน 25-30%
โดยปกติเฉลี่ยอยู่ประมาณ 28% ขึ้นอยู่กับ
แบบก่อสร้าง ที่มีรูปแบบบ้าน ขนาดของบ้าน
จำนวนชั้น และที่สำคัญขึ้นอยู่แบบวิศวกรรม
ที่มีเหล็กเสริมหรือคอนกรีตที่แตกต่างกัน
ต้นทุนโครงสร้างนี้ ปกติก็จะรวมถึงงาน
เสาเข็มด้วย ซึ่ง % ต้นทุนนี้ก็ขึ้นอยู่กับ
จำนวน ขนาด และชนิดของเสาเข็ม
ตามที่แบบวิศวกรรมกำหนดไว้
บ้านบางหลังมีโครงสร้างลิฟท์ มีโครงสร้าง
คานหลังคาเพิ่มขึ้น หรือเพิ่มขึ้นเป็น 3ชั้น
อาจทำให้ต้นทุนโครงสร้างขึ้นมาที่ 30-35% ได้
การทำงานโครงสร้างนี้เนื่องจากเป็นต้นทุน
ก้อนที่ใหญ่ที่สุด คุณก็ต้องให้ความใส่ใจ
มากที่สุดเช่นกัน เพราะฉะนั้นในแต่ละขั้นตอน
จึงจำเป็นต้องมีผู้ควบคุมงานหรือวิศวกรควบคุม
และตรวจสอบให้ดี
เพราะถ้าผิดพลาด มีการแก้ไขส่วนนี้
ค่าใช้จ่ายก็จะค่อนข้างสูงไปด้วย และ
ที่สำคัญเนื่องจากขั้นตอนการทำโครงสร้าง
เป็นขั้นตอนแรกสุด ถ้าทำไม่ดี แน่นอนว่า
มันจะกระทบงานในขั้นตอนต่อไปทั้งหมด
ถ้าไม่ต้องควบคุมส่วนนี้ให้ได้มาตรฐานแล้ว
ทำให้ต้นทุนบานปลายหรือกำไรไม่เหลือเป็นได้
________

2. ต้นทุนงานผนังและงานตกแต่งผนัง
ต้นทุนงานผนังก็จะเป็นต้นทุนก้อนใหญ่
รองลงมาจากงานโครงสร้าง ซึ่งต้นทุน
ส่วนใหญ่อยู่ที่ 13-18% โดยทั่วไปเฉลี่ย
อยู่ที่ 15% ขึ้นอยู่กับแบบก่อสร้าง
โครงการนั้นๆ ว่ามีฟังชั่นอะไร ใช้วัสดุอะไร
ต้นทุนงานผนังก็จะมีตั้งแต่ งานก่ออิฐ
งานเสาเอ็น งานทับหลัง งานจับเซี้ยม
และงานฉาบปูน เป็นต้น
ต้นทุนส่วนนี้นอกจากขึ้นอยู่กับแบบแล้ว
ก็ขึ้นอยู่กับ คุณภาพงานความปราณีต
ของงานของผู้รับเหมาหรือแต่ละบริษัท
ที่มีมาตรฐานที่แตกต่างกันด้วย
________

3. ต้นทุนงานหลังคา
ต้นทุนงานหลังคาโดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 5-10%
โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 7% ขึ้นอยู่กับรูปแบบ
ของหลังคา ไม่ว่าจะเป็นทรงปั้นหยาหรือ
หลังคาเพิงหมาแหงน ก็จะมีต้นทุนที่แตกต่างกัน
และที่สำคัญคือวัสดุของโครงหลังคา
และวัสดุมุงหลังคาก็ต้องระบุให้ชัดเจนด้วย
บางโครงการ %ต้นทุนหลังคานี้ ก็จะต่ำลงมา
เนื่องจากมีงานโครงสร้างหลังคา คสล.
ตามผู้ออกแบบเป็นต้น
________

4. ต้นทุนงานพื้นและตกแต่งพื้น
ต้นทุนส่วนนี้ส่วนมากจะคำนวณกัน
เป็นต่อตารางเมตร โดยปกติแล้วจะอยู่ที่
8-13% ทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 10%
จะมีตั้งแต่งานปรับระดับพื้น ปูนขัดหยาบ
ปูนขัดมัน งานปูกระเบื้อง งานปูลามิเนต
หรือปูปาเก้แล้วแต่ผุ้ออกแบบและเจ้าของบ้าน
ซึ่งวัสดุและสเปคที่ตกลงกันต้อง
มีการเผื่ออัตราการสิ้นเปลือง (%Loss) ให้ดี
เพราะราคาวัสดุพวกนี้ส่วนมากจะมี
ราคาจะค่อนข้างสูง เช่น กระเบื้องบางชนิด
สั่งน้อยไปก็ไม่พอหรือสั่งมากไปก็เหลือ
ใช้งานอื่นต่อไปไม่ได้
________

5. ต้นทุนงานฝ้าเพดาน
ต้นทุนงานฝ้าเพดานโดยปกติแล้ว
จะอยู่ที่ 3-8% ทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 5%
ปฏิเสธไม่ได้ว่าบ้านเราสมัยนี้ก็จะนิยม
ฝ้าฉาบเรียบที่เป็นยิปซั่ม ส่วนในห้องน้ำ
ก็จะเป็นฝ้ายิปซั่มกันชื้น ส่วนภายนอกก็
จะนิยมเป็นสมาร์ทบอร์ดหรือระแนงไม้
หรือมีบางส่วนที่ผู้ออกแบบหรือเจ้าของบ้าน
ไม่ต้องการปิดฝ้าที่เป็นงานโชว์ท้องพื้นเลย
ถ้าเป็นลักษณะนี้ก็ต้องมีการวางแผน
การควบคุมตอนที่วางแผ่นพื้นให้ดีตั้งแต่แรก
และทำการเก็บรายละเอียดให้เรียบร้อย
________

6. ต้นทุนงานประตูหน้าต่าง
ต้นทุนงานประตูหน้าต่างโดยปกติแล้ว
จะอยู่ที่ 8-13%โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 10%
ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ บ้านเรานิยมใช้
ประตูหน้าต่างที่เป็นงานอลูมิเนียมค่อนข้างมาก
ยกเว้นส่วนหลักๆ เช่น ประตูเข้าบ้าน ประตูห้องน้ำ
หรือ ประตูห้องนอน ที่ส่วนมากก็จะมีเป็น
ตั้งแต่ประตู PVC ประตูไม้กรุลามิเนต หรือ
ประตู WPC (Wood Plastic Composite) เป็นต้น
ที่สำคัญควรระบุราคาประตูหน้าต่างไป
ในแบบ ในรายการวัสดุหรือ BOQ ไปเลย
ว่าบานแต่ละบานราคาเท่าไหร่ อย่างไร
ซึ่งผมเองเคยเจอมาแล้วว่าในแบบระบุ
เป็นบานประตูไม้จริง (ไม้เนื้อแข็ง)
ซึ่งราคาก็มีตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท
ทำให้อาจจะมีปัญหากันภายหลังได้
________

7. ต้นทุนงานบันได
ต้นทุนงานบันไดโดยปกติแล้วจะ
อยู่ที่ 1-5% โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 3%
ขึ้นอยู่กับแบบว่าเป็นบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก
หรือบันไดโครงสร้างเหล็ก และวัสดุลูกตั้ง
ลูกนอนเป็นอะไร
รวมถึงงานราวบันไดว่าเป็นเหล็ก เป็นสแตนเลส
หรือกระจกเทมเปอร์ ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกัน
ค่อนข้างสูง ควรมีการระบุในแบบ ในรายการวัสดุ
หรือ BOQ ให้ชัดเจนด้วย
________

8. ต้นทุนงานสี
ต้นทุนงานสีโดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 3-8%
โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 5%
ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า ก่อนที่เราจะทาสี
จะต้องมีการฉาบบางหรือสกิมโค้ท
ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
เพราะการฉาบบางทำให้งานออกมาเรียบ
เนียนสวย แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุน
ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 60-100 บาทต้นๆ
ต่อตารางเมตร
ส่วนต้นทุนสีก็ขึ้นอยู่กับสเปคและยี่ห้อ
ที่มีราคาที่แตกต่างกัน ก็ต้องระบุให้ชัดเจน
ในการทำงานทาสี ควรมีการวางแผน
ในแต่ละขั้นตอนการทาสีให้ดี
เพราะการลงสีมันคือขั้นตอนสุดท้าย
ถ้ามีแก้ไข ถ้ามีทาซ้ำอาจจะต้อง
ทาใหม่ทั้งผืน หรือทำงานซ้ำซ้อน
หลายรอบจนต้นทุนบานปลายได้
________

9. ต้นทุนงานไฟฟ้า
ต้นทุนงานไฟฟ้าโดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 3-8%
โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5%
งานระบบไฟฟ้าขึ้นอยู่แบบและมาตรฐาน
ที่ระบุว่าใช้สายขนาดเท่าไหร่ สายไฟยี่ห้อไหน
เดินสายไฟแบบไหน จะมีสวิตซ์ มีเต้ารับ
มีโคมไฟกี่จุด ก็ต้องมีสเปคมีราคาให้ชัดเจน
รวมถึงงานระบบงานสื่อสารภายในบ้านด้วยว่า
ว่าจะเป็นระบบทีวีแบบไหน สายโทรศัพท์
ยังใช้มั้ย ระบบอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างไร
ที่สำคัญคือ "สายเมนไฟฟ้า" ที่เดินเข้าบ้าน
ก็ขึ้นอยู่กับระยะสายเมน จำนวนเฟสของ
การใช้งาน เดินลอยในอากาศหรือฝังดิน
ขนาดสายจำนวนสายก็ต่างกัน รวมถึงตู้เมนไฟ
ระบบเบรคเกอร์ระบบกันดูดต่างๆ ด้วย
เพราะต้นทุนส่วนนี้จะค่อนข้างสูง
________

10. ต้นทุนงานประปาและสุขาภิบาล
งานประปาและระบบสุขาภิบาลหมายถึง
งานท่อประปาที่เป็นทั้งน้ำดีและท่อน้ำทิ้ง
ภายในอาคารและภายนอกอาคารทั้งหมด
ต้นทุนงานประปาและสุขาภิบาลโดยปกติแล้ว
จะอยู่ที่ 3-8% โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 5%
ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องน้ำ จุดใช้น้ำ
และส่วนภายนอก ก็ต้องเช็คระยะของตัวบ้าน
จนถึงท่อน้ำสาธารณะให้ดีเช่นกัน
ระบบสุขาภิบาลภายนอกก็ต้องดูว่าจะใช้ถังบำบัด
(ถังแซท) ขนาดเท่าไหร่ สปคไหน ยี่ห้อไหน
ท่อระบายน้ำหรือท่อใยหินขนาดเท่าไหร่
ระยะพักตามแบบกี่จุด และควรมีการตกลง
ส่วนถังเก็บน้ำหรือปั๊มน้ำอย่างไรให้ชัดเจนด้วย
________

11.ต้นทุนงานสุขภัณฑ์
ต้นทุนงานสุขภัณฑ์โดยปกติแล้ว
จะอยู่ที่ 1-3% โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 2%
ต้นทุนสุขภัณฑ์นี้ก็ควรระบุให้ชัดเจนเลย
ว่าให้ราคาเท่าไหร่ มีอุปกรณ์อะไรบ้าง
ต้องยอมรับว่าส่วนนี้ส่วนมากสมัยนี้ลูกค้า
ก็จะเลือกเอง เพราะมีความชอบส่วนบุคคล
ถ้าสูงกว่าราคาที่ตั้งไว้ก็สามารถบวกลบกัน
ได้ภายหลัง
________

12. งานเบ็ดเตล็ด
ต้นทุนงานเบ็ดเตล็ดโดยปกติแล้วจะ
อยู่ที่ 1-5% โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 3%
ต้นทุนงานเบ็ดเตล็ดส่วนมากจะนิยม
แยกออกมาเพื่อจะให้ต้นทุนส่วนอื่นชัดเจน
ทั่วไปจะเป็นงานตกแต่งภายนอกอาคาร
เช่น งานระแนงเหล็ก ระแนงบังตา หรือ
บัวปูนปั้น ตามแบบก่อสร้างที่ออกแบบมา
แล้วแต่รูปปแบบการทำงานของแต่ละคน
________

13. ต้นทุนงานเตรียมการ
ต้นทุนงานเตรียมการโดยปกติแล้ว
จะอยู่ที่ 1-5% โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 3%
ต้นทุนงานเตรียมการเป็นอะไรได้บ้าง
ก็จะมีตั้งแต่ บ้านพักคนงาน ถ้าหน้างาน
ไม่มีที่พัก หรือไม่สามารถปลูกบ้านพักงานได้
ก็ต้องเช่าบ้าน หรือเช่าที่ปลูกบ้านพักคนงาน
ค่าเครื่องจักร ค่าไฟฟ้า,ประปา,ค่าขนขยะ
ในการทำงานก่อสร้าง ค่าทำความสะอาด
รวมถึงค่าอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นในไซต์งานของเรา
บางทีหลายคนก็ใส่ค่าใช้จ่ายในการวางหมุด
วางผังตอนงานเสาเข็มเอาไว้ในนี้ด้วย เป็นต้น
ต้นทุนนี้ก็จะขึ้นอยู่กับสภาพหน้างาน
หรือแม้ปัจจัยของขนาดอาคารก็มีผล
เช่น อาคารใหญ่ก็จะมีต้นทุนส่วนนี้ค่อนข้างสูง
เพราะต้องมีทั้งอุปกรณ์ในการป้องกัน
และค่าเครื่องจักรที่ใช้มากกว่า
อาคารที่เป็น 2 หรือ 3ชั้น เป็นต้น
________

ส่วนสุดท้าย คือ "ต้นทุนค่าดำเนินการ"
หรือ "Overhead Cost" ส่วนใหญ่งานรับเหมา
ก่อสร้างเราจะแยกออกมา เพราะว่าแต่ละผู้รับเหมา
แต่ละบริษัท ก็จะมีการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน
การทำงานที่ไม่เหมือนกัน
ต้นทุนค่าดำเนินการ หรือ Overhead Cost
เป็นอะไรได้บ้าง?...ค่าเช่าค่าน้ำค่าไฟออฟฟิศ
ค่าโทรศัพท์ ค่าเอกสาร ค่าการตลาด ค่าเดินทาง
เงินเดือนพนักงานโบนัสด้วย ไม่ว่าจะเป็น
สถาปนิกวิศวกร โฟร์แมน และอย่าลืมใส่ค่า
เงินเดือนผู้บริหารไปด้วย
ค่าของใช้สิ้นเปลืองสำนักงาน ค่าดูแลเครื่องมือ
เครื่องจักร ค่าบริการลูกค้า ค่าจ้างพนักงานบัญชี
ถ้ามีนักกฎหมายก็ใส่ไป ค่าธรรมเนียมต่างๆ
พวกนี้และล้วนแต่เป็นค่าดำเนินการทั้งสิ้น
ขึ้นอยู่กับโครงสร้างแต่ละผู้รับเหมาแต่ละบริษัท
ส่วนมากต้นทุน Overhead ก็จะบวกเพิ่มจาก
ต้นทุนทั้งหมด เช่น 10% และกำไร 5-10%
หรือบางคนก็จะบวกรวมไปกับกำไรเลย
เช่นที่ 15-20% แล้วแต่ความเหมาะสม
ก็ไม่ได้มีสูตรตายตัวว่าแต่ละงานควรมีต้นทุน
ส่วนนี้เท่าไหร่หรือไม่ควรเกินเท่าไหร่ เพราะ
ตราบใดที่บรรทัดสุดท้ายยังเป็นไปตามที่คุณต้องการ
________

การวิเคราะห์ต้นทุนและการวางแผนต้นทุนนั้น
เป็นการบอกได้ว่างานที่คุณจะทำนั้น
จะมีรายรับเท่าไหร่ และรายจ่ายเท่าไหร่
ต้องคุมต้นทุนเท่าไหร่ จะสามารถคาดการณ์ได้
ที่สำคัญไม่มีหนังสือเล่มไหนบอกว่าการ
มาเป็นผู้รับเหมา แต่ละประเภท
มีโครงสร้างต้นทุนเท่าไหร่ เพราะแต่ละงาน
แต่ละรูปแบบ แต่ละขนาดที่แตกต่างกัน
ก็จะมีโครงสร้างต้นทุนที่แตกต่างกัน
ฉนั้นการทำรับเหมาที่ดี คุณต้องทำการ
วิเคราะห์ "Cost Structure"
หรือโครงสร้างต้นทุนงานของคุณ
สิ่งที่คุณควรรู้ก็คือ ค่าเฉลี่ยต้นทุน
ของผู้รับเหมาในตลาด ที่ทำงานคล้ายๆคุณ
ว่าเขาทำกันอยู่กี่ % แล้วไม่ควรเกินกี่ %
เพราะถ้าคุณรู้พวกนี้ คุณจะรู้เลยว่า
โครงการนี้ ดีหรือไม่ดีตรงไหน
และควรปรับปรุงแก้ไขอะไรบ้าง
#ผู้รับเหมาพันธุ์ใหม่
Contrepreneur

22/12/2024

ที่อยู่

501
Bangkok
10110

เบอร์โทรศัพท์

0949874524

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้าน บ้านผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์