16/05/2022
ความรู้เล็กๆน้อยๆ ถ้าจะCOPY รบกวนให้เครดิตด้วยนะครับ คนเขียนจะได้มีกำลังใจเขียนบ่อยๆครับ
ทำความเข้าใจกับสภาพ “ผิวส้ม” หรือ “Orange Peal” ก่อนทำ COATING
สภาพ “ผิวส้ม” หรือ “Orange Peal” เป็นสภาพที่เกิดจากการหดตัวของชั้น Clear coat ในระหว่างขั้นตอนการทำสี ทำให้มีผิวสัมผัสที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการที่การจัดเรียงตัวของแสงในเวลาตกกระทบผิวของรถไม่สามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอเป็นที่มาของปัญหา Clear coat ไม่เงา ซึ่งในบางคันก็เป็นเพียงเล็กน้อย แต่ในบางคันก็เป็นมากจนสังเกตได้ด้วยตาเปล่าว่าผิวของรถมีความเป็นคลื่นไม่สวยงาม ดังนั้นก่อนจะทำการ COATING จึงต้องมีการจัดการกับปัญหา”ผิวส้ม” ก่อนจะลงน้ำยาเคลือบทุกครั้ง
คำถามคือ! ต้องขัดขนาดใหนถึงจะพอเหมาะกับงาน COATING
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับวิธีจัดการกับปัญหาผิวส้มก่อน ซึ่งมีหลายวิธี อย่างเช่น การใช้ Denim Pad ระดับ grit #1000 การใช้กระดาษทรายเบอร์ 2000-2500 ทำการ wet sand
หรือการใช้ขนแกะขัดด้วยน้ำยาขัดระดับ Cut 8-10 วิธีการเหล่านี้สามารถกำจัดผิวส้มได้เหมือนกัน แต่จะต่างกันตรงที่สิ่งที่ต้องแลกมากับผิวที่เรียบเนียนคือชั้นของ Clear coat ที่ต้องเสียไปมากน้อยแล้วแต่วิธีการ ซึ่งโดยมากจะต้องยอมเสียความหนาของ Clear coat ไปถึง 30-40% ในการที่จะทำให้ผิวเรียบเนียนในระดับ mirror effect หรือสภาพที่การจัดเรียงตัวของแสงในมุมสะท้อนมีความสมบูรณ์
สำหรับ DADDY 59 เราให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพ Clear coat เดิมให้มีความหนาแล้วเงาใสในระดับที่ดีที่สุด เราจึงเลือกวิธีที่ปรอดภัยกับ Clear coat เดิมด้วยการขัดหน้าผิวออกไปเพียง 10-15% เพื่อรักษาความหนาของ Clear coatเดิมไว้ให้มากที่สุด ในระยะยาวสภาพสีของรถคันนั้นๆจะมีอายุการใช้งานที่ไม่ต่างจากรถปกติทั่วๆไป ไม่เกิดการเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร และหลังจากการ COATING สภาพสีจะกลับไปหนามากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้ยายุการใช้งานและความแข็งแกร่งของชั้นผิวสีรถคันนั้นมีความทนทานต่อสภาวะต่างๆได้เพิ่มเป็น 2-3เท่าครับ