Moon 11 Lifestyle, Traveler , Decorating Ideas , holiday home in Chiangmai ( moon 11 boutique home ) ,blo

ปีใหม่นี้ ขอให้แฟนเพจมีวันธรรมดาที่มีความสุขในทุกๆ วันขอให้มีช่วงเวลาที่เงียบสักช่วง... ที่ได้พักใจ และขอให้มีกำลังใจ กำ...
31/12/2025

ปีใหม่นี้ ขอให้แฟนเพจมีวันธรรมดาที่มีความสุขในทุกๆ วัน

ขอให้มีช่วงเวลาที่เงียบสักช่วง... ที่ได้พักใจ

และขอให้มีกำลังใจ กำลังกายที่เข้มแข็ง พร้อมเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดหวัง

และสุดท้าย ขอให้ยิ้มและชื่นชมกับตัวเองว่า…

เราเก่งมากนะ! ที่มีอายุมาได้ถึงป่านนี้ 😂😂

Happy New Year! 🎉

ก่อนจะกลับไปสุโขทัย… ฉันต้องกลับมาหาตัวเองก่อน.. ปีที่ร่างกายสอนให้ฉันช้าลงคราวที่แล้วเกริ่นเอาไว้ว่าจะกลับมาเขียนเรื่อง...
07/12/2025

ก่อนจะกลับไปสุโขทัย… ฉันต้องกลับมาหาตัวเองก่อน..

ปีที่ร่างกายสอนให้ฉันช้าลง

คราวที่แล้วเกริ่นเอาไว้ว่าจะกลับมาเขียนเรื่องสุโขทัย ตอนที่เกริ่นไว้แบบนั้นก็มีความตั้งใจว่า เดี๋ยวสักประมาณ 1 อาทิตย์จะกลับมาเขียน แต่ว่าความตั้งใจแบบนั้นไม่เคยทำได้จริงค่ะ 😂

จนแล้วจนรอดเก๋ก็ยังหมกมุ่นอยู่กับงาน และเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นคือ เก๋ยังมีปัญหาไม่สบายอยู่เป็นระยะ ตั้งแต่ต้นปี เก๋มีไข้และไม่สบายเรื้อรัง ต้องไปให้หมอฉีดยาทุกอาทิตย์ติดต่อกัน 5 ครั้ง พอหายไข้ไปได้สัก 2 เดือน ก็กลับมาเป็นไข้อีก เก๋เป็นไข้ สลับกับไอเรื้อรังอยู่หลายเดือน คิดในใจว่า นี่เราเป็นโรคอะไรหรือเปล่า สงสัยเราคงอายุไม่ยืนแน่ ๆ แต่เก๋ก็ยังไม่ได้ไปเช็กร่างกายอย่างจริงจัง เพราะว่างานเยอะค่ะ

แล้วก็ร่างกายเก๋กำลังเปลี่ยนแปลง กินเท่าเดิม แต่อยู่ ๆ น้ำหนักขึ้นมา 5 กิโล ซึ่งมันเยอะมากสำหรับคนตัวเล็กอย่างเก๋

“ นี่เราทั้งมองไม่ค่อยชัด น้ำหนักขึ้น 5 กิโล แล้วยังไม่สบายอยู่ตลอดเวลา เราคงใกล้ตายแล้วมั้ง 😭 ”

ร่างกายมันเปลี่ยนกระทันหันจนเก๋ไม่ทันตั้งตัว เก๋ยังงงกับชีวิตตัวเองว่าจะจัดการชีวิตอย่างไรดี ในขณะเดียวกันงานก็ยุ่งอยู่ตลอดเวลา มันเหมือนกับว่าแต่ละวันมันหมดไปเร็วมาก โดยที่ทำอะไรไม่ทันเลยสักอย่างค่ะ

เมื่อเดือนที่แล้ว เก๋ได้เจอพี่ ๆ ชมรมพุทธศิลป์ บางคนไม่ได้เจอเกือบ 30 ปี บางคนก็ 15 ปี ตอนนั้นคิดเลยว่า
“นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอกันก็ได้ ทบางคนก็อายุ 70 กันแล้ว ส่วนเราก็ป่วยเรื้อรัง…ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน” 😞 ( อยู่คนเดียวก็ ดราม่าเยอะค่ะ )

ในวันที่ไป เก๋ยังมีอาการไออยู่เป็นระยะ และร่างกายก็เหนื่อยล้ามากค่ะ สิ่งที่เก๋ต้องประหลาดใจหลังจากที่ได้เจอพี่ ๆ

“นี่มันผ่านไปเกือบ 30 ปี พี่ ๆ พวกนี้ไม่แก่ขึ้นเลยรึ!”

หน้าตาเปลี่ยนไปไม่ถึง 10% ที่สำคัญไม่มีใครอ้วนเลยสักคน ถ้าเทียบกับเพื่อน ๆ มัธยม ถ้าเป็นผู้ชายก็หน้าตามีอายุสมวัยอย่างไม่น่าเชื่อ 😂 บางคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็หน้าบวมและพุงออกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อหันมาเปรียบเทียบกับพี่ ๆ ชมรมพุทธ เขากลับรักษาร่างกายได้ดีมาก ๆ นอกจากร่างกายที่ไม่อ้วนแล้ว ใบหน้ายังใสอีกด้วย!

แต่คนชมรมพุทธจะชอบกินมังสวิรัติตั้งแต่สมัยเรียนค่ะ บางคนตั้งปณิธานว่า จะกินเจไปตลอดชีวิต บางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเลือกกินผักมากกว่าเนื้อสัตว์เสมอ แม้แต่ตัวเก๋เองที่ถึงแม้จะไม่ได้กินมังสวิรัติเป็นประจำ แต่ถ้าเลือกได้ เก๋จะกินผักมากกว่าเนื้อสัตว์เช่นกันค่ะ

ในตอนนั้น เก๋กลับมานั่งคุยกับเพื่อนว่า “นี่พวกพี่ ๆ เขาแก่แต่เด็ก หรือเขาไม่แก่ขึ้นเลย 🙄 ทำไมพี่ ๆ ถึงดูไม่ค่อยเปลี่ยน เก๋กับเพื่อนมองตากัน รึมีแต่เรา 2 คนที่แก่ขึ้น! 555!”

แต่สิ่งหนึ่งที่ค้นพบหลังจากที่ได้คุยกันคือ พี่ชมรมพุทธส่วนใหญ่จะงดมื้อเย็น และทานมังสวิรัติเป็นหลักถ้าทำได้ เก๋คิดว่าการงดอาหารมื้อเย็นน่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หน้าตาไม่เปลี่ยน ไม่แก่ไปตามวัย และน้ำหนักคงที่ โครงหน้าไม่เปลี่ยน ไม่มีไขมันพอกตามใบหน้าเหมือนกับคนทั่วไป

คนชมรมพุทธจะอดอาหารได้ดีอยู่แล้ว เพราะเคยถือศีล 8 มาตั้งแต่สมัยเรียน พอมาถึงตอนนี้ที่เรามีความรู้มากขึ้น พบว่าการงดข้าวเย็นนั้นเป็นเรื่องดีกับสุขภาพ แต่คนชมรมพุทธทำเรื่องพวกนี้มานานแล้ว มันจึงเป็นเรื่องง่ายกว่าคนทั่วไป แต่! ไม่ใช่เก๋ 😂

เก๋ไม่เคยงดข้าวเย็นได้เลยสักครั้งค่ะ แค่กินสลัดมื้อเย็นยังนอนไม่หลับเลย สรุปต้องตื่นตอนเที่ยงคืนมาต้มมาม่ากิน ทำให้หนักไปกว่าเดิม

แต่ว่า เมื่อถึงจุดเปลี่ยนของร่างกายที่เรารู้สึกว่า เราคงไม่สามารถใช้วิธีการกินเหมือนเดิม การนอนเหมือนเดิม และใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมได้แล้ว เพราะสภาพร่างกายมันฟ้องค่ะ

มันเหมือนถึงช่วงเวลาที่ร่างกายมันปรับ minor change เลย ถ้าเรายังกินแบบเดิมร่างกายต้องอ้วนและป่วยง่ายแน่ ๆ

เก๋เริ่มจากงดข้าวเย็นแต่เปลี่ยนมากินสลัดแทน ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะอดมื้อเย็นไปเลยเหมือนพวกพี่ ๆ เก๋จะกินข้าวแค่มื้อเดียว ที่เหลือกินกิมจิค่ะ เก๋พบว่ากิมจิทำงานกับร่างกายเก๋มีประสิทธิภาพที่สุด มันเหมือนกับว่า ต่อให้เรารับฟังข้อมูลมาเยอะว่าอะไรดีกับร่างกาย แต่ว่า แต่ละคนจะมี secret sauce ของตัวเอง อาหารที่ถูกกับร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน กิมจิกับเก๋มันทำงานได้ดีมาก

สิ่งที่มหัศจรรย์ก็คือ แค่กินกิมจิทุกวัน ทานอาหารมื้อเย็นเบา ๆ ไม่นอนดึก แค่นั้นเก๋หายป่วยเลย ตัวเบาขึ้น และระบบขับถ่ายดีมากด้วย จากที่อ่อนแรงทุกวัน กลับสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พอร่างกายดีขึ้น เก๋เลยมีแรงใจแรงกายตื่น 6 โมงเช้ามาเดินออกกำลังกายตอนเช้าทุกวัน

สรุปว่า เริ่มจากกินกิมจิ กินมื้อเย็นแค่สลัด นอนเร็วขึ้น หลังจากนั้นร่างกายค่อย ๆ รีเซตตัวเองเป็นลำดับ จนตอนนี้เก๋กลับมาสู่ปกติและน้ำหนักค่อย ๆ ลดลงเองตามธรรมชาติ

มันทำให้เก๋เข้าใจว่า…

ยิ่งอายุมากขึ้น เราจะกินน้อยลงโดยธรรมชาติ แม้จะอยากกินเยอะ แต่ร่างกายก็ไม่ไหวแล้ว เหมือนธรรมชาติจัดสรรให้เราใช้ชีวิตช้าลง ต้องการน้อยลง และกลับไปหาความสุขแบบเรียบง่าย

พอหายป่วย เก๋ก็เริ่มมีใจจะเดินออกมาจากบ้าน และเริ่มจัดสวน สวนที่เก๋ทิ้งร้างมา 2 ปี โดยไม่ได้สนใจมันแม้แต่รดน้ำ ใครที่เคยชมว่าบ้าน Moon 11 สวนสวย ตอนนี้ตายสนิท

ถ้าเทียบต้นไม้กับเก๋เป็นความสัมพันธ์ เก๋คบกับต้นไม้ รัก แต่ง เลิก กันนับสิบครั้งได้แล้วค่ะ บางช่วงอยู่ในช่วงแต่งกันใหม่ ๆ ก็ซื้อต้นไม้ทุกวัน บางช่วงบ้ากุหลาบก็ซื้อกุหลาบทุกวัน เอาเป็นว่า ช่วงไหนกำลังอินเลิฟกับอะไร ก็ชอบฝันถึง เช้ามาต้องหาเรื่องไปตลาดต้นไม้ แล้วก็ขนต้นไม้กลับบ้าน แล้วก็จะมีช่วงที่เลิกรา เหนื่อยกับปัญหาการดูแลต้นไม้ เก๋รัก ๆ เลิก ๆ แบบนี้อยู่หลายรอบ และหย่าขาดกันนานสุด 2 ปี 😊

ตอนนี้ ร่างกายและจิตใจเริ่มดีขึ้น ก็เป็นช่วงที่เก๋เริ่มหันซ้ายหันขวา เริ่มคิดถึงแฟนเก่าที่ผูกพันกันมานาน สรุป เก๋ก็กลับมาแต่งงานกับต้นไม้ใหม่เป็นรอบที่ 11 พอดีค่ะ

อีกเหตุผลหนึ่งที่เก๋ป่วยเรื้อรังนาน เพราะเก๋หมกมุ่นกับงานมากไป และละเลยการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ เพราะช่วงเวลาที่เก๋กลับมาปลูกต้นไม้อีกครั้ง เก๋พบว่ามันคือการบำบัดความรู้สึกให้กลับมาอยู่กับอะไรที่สดชื่น ออกมาจากห้องแอร์ และออกมาอยู่กับธรรมชาติรอบตัวบ้าง พอเก๋จัดสวนจนสวย ก็พบว่า อยากหยุดพักจากงานออกมานั่งมองต้นไม้เฉย ๆ แล้วก็จิบกาแฟ

ตอนนี้กลายเป็นว่า เรื่องงานเรื่องเงินพักเอาไว้ก่อน เก๋อยากนั่งรับลมเย็น ๆ และนั่งมองดูต้นไม้ แล้วความรู้สึกเก่า ๆ ที่หายไป 2 ปีกลับมาอีกครั้ง มันคือ “ ความสุข ความสบายใจที่ได้นั่งเฉย ๆ บ้าง ”

เก๋คิดว่า การที่เก๋หายไปจากเพจนาน เพราะเนื่องมาจากเก๋ป่วย แต่อีกเหตุผลหนึ่ง เก๋ลืมการให้ความสุขตัวเองจากการนั่งเฉย ๆ มองดูต้นไม้ และเก๋ไม่มีช่วงเวลาที่หัวสมองว่าง ปลอดโปร่ง จิตใจผ่อนคลาย เมื่อไม่มีสิ่งเหล่านี้ เก๋ไม่มีอารมณ์และไอเดียที่จะเขียนบทความลงเพจเลยแม้แต่น้อย

สรุปว่า เก๋ใช้เวลาเกือบ 1 ปีในการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตและร่างกาย และตอนนี้กลับมาสู่จุดสมดุลอีกครั้งแล้วค่ะ เล่ามาถึงทั้งหมด เก๋ยังไม่ได้เข้าเรื่องสุโขทัยเลย 😂

ไม่เป็นไร วันนี้มาอัปเดตชีวิตก่อน ตอนนี้สุขภาพพร้อม สวนพร้อม มีมุมร่มรื่นเอาไว้ออกมานั่งเขียนบทความ เรื่องราวสุโขทัยมันอยู่ในหัวอยู่แล้ว เดี๋ยวจะค่อย ๆ เรียบเรียงสิ่งที่อยากเขียน อยากเล่าให้ฟัง เอาไว้เป็นบทความที่เอาไว้อ่านยามว่าง ถึงแม้หลายคนจะบอกว่ายาวเกินไป ขี้เกียจอ่าน แต่เก๋ก็เขียนสั้น ๆ รวบรัดตัดความไม่เป็นค่ะ เอาเป็นว่า แฟนคลับตัวยงค่อย ๆ จิบกาแฟไป อ่านไปนะคะ แบ่งอ่านวันละนิดละหน่อย เพราะเก๋คงไม่ได้เขียนบ่อยนัก ต้องสลับร่างเขียนบทความภาษาอังกฤษด้วย

บทความทุกชิ้น เก๋เขียนเองทั้งหมด ไม่มีใครจ้าง ทำเก็บไว้เป็นร่องรอยชีวิต เพราะเราไม่รู้เลยว่า วันไหนจะไม่ได้เขียนอีก ทำในวันที่เรายังทำได้…

วันนี้มาทักทายเท่านี้ก่อนนะคะ

Moon 11

กลับมาอีกครั้ง… หลังจากหายไปนานเก๋คิดว่าเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน แล้ว ที่เก๋หายไปจากการเขียนบทความลงเพจระหว่างนี้ ก็มี...
05/10/2025

กลับมาอีกครั้ง… หลังจากหายไปนาน

เก๋คิดว่าเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน แล้ว ที่เก๋หายไปจากการเขียนบทความลงเพจ
ระหว่างนี้ ก็มีแฟนเพจตัวยงคอยส่งข้อความมาเตือนอยู่เป็นระยะ
บางคนบอกว่า…

“ก็ไม่มีอะไรมาก ตอนอ่านนี้ก็อายุ 80 แล้ว
ก็แค่อยากอ่านบทความของ moon 11”

ได้ฟังแบบนี้แล้ว ทั้งรู้สึกผิด และรู้สึกดีใจไปพร้อม ๆ กัน
ดีใจที่ยังมีคนคิดถึงและรอคอย

แต่ฟังดูเหมือนข้ออ้าง…
ความจริงก็คือ ช่วงเวลาที่ผ่านมา
เก๋ ทำงานตลอดเวลา ไม่มีวันหยุด
ไม่มีแม้แต่เวลาจะทำกิจกรรมอื่น ๆ งานเยอะจนไม่มีเวลาแต่งหน้า ทำผม
หรือนั่งจิบชาสวย ๆ ถ่ายรูปลงเพจให้แฟนเพจดูเลย 😊

🪶 วิกฤติแว่นตา และ บทเรียนจากหมูกระทะ

อีกเหตุผลหนึ่งที่ซ่อนลึกลงไปกว่านั้นคือ…
เก๋กำลังอยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่านของวัย”
ที่ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง

อย่างเช่นว่า…
สายตาเริ่มมองไม่เห็น!

เก๋ไม่สามารถอ่านข้อความในโทรศัพท์ได้ถ้าไม่ใส่แว่น
บางครั้งพิมพ์ผิดเพราะมองไม่เห็นตัวอักษร
เวลาไปร้านอาหารก็เริ่มอ่านเมนูไม่ออก

และที่หนักที่สุดคือ…
โอนเงินผิด! 😅

มีอยู่วันหนึ่ง เก๋กลับไปกินร้านหมูกระทะร้านประจำ
หลังจากไม่ได้ไปนาน เพราะตั้งใจจะลดน้ำหนัก

วันนั้นหลังจากทำธุระเสร็จ
ก็ขับรถแวะไปกินที่ร้านเดิม
ทันทีที่ก้าวถึงหน้าร้าน เจ้าของร้านหญิงมองมา
เก๋ก็ยิ้มให้ เพราะคิดว่าเขาจำได้

สักพักเธอเดินเข้ามา แล้วถามว่า…

“นี่หายไปนานเลยนะ ชื่อจริงชื่ออะไรอ่ะ?”

เก๋ก็งงสิ 😅
“ชื่อจริงเหรอคะ?” เก๋ถามย้ำอีกครั้ง
ก่อนจะบอกชื่อจริงไป

แล้วเธอก็บอกว่า

“เก๋โอนเงินมาให้เกิน 3,000 บาท!”

เก๋รีบตอบทันที
“ไม่มั้งคะ ไม่เคยโอนเงินให้ตั้ง 3,000 บาทนะคะ”

แต่เธอยืนยันหนักแน่นว่า

“เธอนั่นแหละ โอนมาให้จริง ๆ!”

พอคุยกันไปมา ถึงได้รู้ว่า…
เก๋ กดเลขเกินมา 1 ตัว
ยอดโอนเลยกลายเป็น “สามพันกว่าบาท!” 😅

ที่เขาประหลาดใจที่สุดคือ
“ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าเงินหายจากบัญชี?”
“ไม่รู้จริง ๆ ค่ะ” 😂

เขาประกาศหาในเพจอยู่เป็นเดือน รอว่าเมื่อไหร่เก๋จะมาทวงเงินคืน
สุดท้ายวันนั้นเก๋ไม่ได้พกแว่นตาไปค่ะ มองตัวเลขไม่ชัด เลยกดเกินไป 3,000 บาท
แต่เรื่องนี้กลับทำให้เก๋ตระหนักว่า…

“เราไม่สามารถอยู่โดยไม่มีแว่นตาได้อีกแล้ว”
และไม่รู้เหมือนกันว่า ที่ผ่านมาเคยกดผิดไปแล้วเท่าไหร่ ^^

🪶 บทเรียนจากความใจดี

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหายเลยค่ะ
ตรงกันข้าม มันเป็นเรื่องน่าประทับใจ

เพราะเก๋ไม่ได้ดีใจที่ได้เงินคืน
แต่ดีใจที่ได้รู้ว่า “ยังมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นรอบตัวเสมอ”

เวลารู้สึกแย่หรือท้อใจ
ให้นึกถึงเรื่องดี ๆ แบบนี้ไว้

เงินที่ได้คืน เหมือน “โปรโมชั่นทางใจ”
ที่ทำให้รู้สึกอยากกลับไปอุดหนุนร้านนั้นอีก
ซึ่งความสุขที่ได้… มันมากกว่าเงินที่คืนแน่นอนค่ะ

🪶 ทำไมบางร้านยังแน่นในวันที่เศรษฐกิจเงียบ

ทุกวันนี้ได้ยินข่าวร้านอาหารปิดตัวกันเยอะ
เศรษฐกิจแบบนี้ทำให้คนระวังการใช้จ่าย

บางร้านที่เคยแน่นก็เริ่มเงียบลง
แต่บางร้าน… กลับยังแน่นเหมือนเดิม!

เก๋สังเกตว่าร้านที่ “อยู่รอด” เหล่านี้
มักมีสิ่งคล้ายกันอยู่ 2–3 อย่าง เช่น
ราคาสมเหตุสมผล มีน้ำใจกับลูกค้า ของเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ให้แบบไม่หวง รสชาติอร่อย (อันนี้สำคัญมาก) และสุดท้ายคือ “ใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ”

สิ่งเหล่านี้แหละค่ะ ที่ทำให้ลูกค้าจำร้านนั้นได้
เพราะ “ความใส่ใจ” มักกลายเป็นความทรงจำ ❤️

🪶 อยู่เงียบ ๆ เพื่อฟังเสียงตัวเอง

ช่วงนี้เก๋ทำงานหนักจริง ๆ ค่ะ
แต่ก็มีความสุขในการได้อยู่เงียบ ๆ

เพราะความเงียบ…
ทำให้ได้พักสมอง ได้คิด
ได้พิจารณาชีวิต ทั้งเรื่องร่างกาย
สภาวะเศรษฐกิจ และการทำงานที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

เมื่อเร็ว ๆ นี้เก๋ได้ยินข่าวว่า
มีธนาคารแห่งหนึ่งให้พนักงาน “ขอเกษียณอายุในวัย 45”

อ่านดูแล้วก็รู้ว่าเป็นการให้ออกโดยสมัครใจ
พร้อมค่าตอบแทน แต่ใจก็อดคิดไม่ได้ว่า
ต่อไปอาจกลายเป็น “ให้ออกโดยไม่ได้อะไรเลย…”

🪶 เตรียมตัวก่อนคลื่นลูกใหญ่จะมา

อีกเหตุผลที่เก๋อยากอยู่เงียบ ๆ คือ…
เก๋รู้สึกว่าอีกไม่นานจะเกิด “การแข่งขันกันอย่างเลือดสาด”

อีก 3 ปีจากนี้ คนจำนวนมากจะต้องออกมาทำธุรกิจเอง
ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม

เพราะโอกาสในการจ้างงานจะน้อยลงเรื่อย ๆ
แต่ในขณะเดียวกัน… เราทุกคนก็พูดถึง “การมีสุขภาพดีและอายุยืน”

แต่ความจริงคือ…

“ชีวิตที่ยืนยาวนั้นใช้เงิน”

ในขณะที่ยุคนี้… เงินกลับหายากขึ้นทุกวัน

ดังนั้นตอนนี้คือ “ช่วงเวลาอยู่ในถ้ำ”
เพื่อเตรียมตัว เตรียมใจรับสึนามิที่กำลังจะมา

เก๋กำลังค่อย ๆ วางแผนว่า
ภายใน 5 ปีจะทำอะไร
อีก 10 ปีจะทำอะไร

โลกเปลี่ยนเร็ว วางแผนไกลไม่ได้มาก
แต่เราต้องมี “แผน 2” และ “แผน 3” สำรองไว้เสมอ

เก๋เคยบอกเพื่อนว่า…
ถ้าคิดจะออกจากงานประจำ ต้องลองทำธุรกิจก่อน
ในขณะที่ยังทำงานอยู่

ต้องลองผิดลองถูกสัก 5 ปี
เพราะคนที่เคยเป็นพนักงานมาก่อน
ยังไม่มีทักษะการคิดแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneur)

มันคนละ Mindset และคนละทักษะโดยสิ้นเชิง

การเป็นผู้ประกอบการเล็ก ๆ
ไม่ต้องเก่งทุกเรื่อง แต่ต้อง “ครบทุกด้าน”

สายตาต้องไว
ต้องพลิกแพลงเก่ง
และต้องรู้ว่า “เมื่อไหร่ควรกล้า”
และ “เมื่อไหร่ควรถอย”

ด้วยความหวังดี เก๋จึงเตือนเพื่อนเสมอว่า

“รีบเริ่มก่อน 5 ปี เพราะคนที่เริ่มก่อนจะได้เปรียบ”

นี่ก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว…
ไม่รู้ว่าเริ่มคิดหรือยัง 😊

🪶 สุโขทัย… เมืองที่ยังฉายแสงไม่สุด

อีกเรื่องหนึ่งที่เก๋อยากเขียนถึง คือ จังหวัดสุโขทัย
บ้านเกิดของเก๋เอง

เก๋คิดว่าสุโขทัยเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพมาก
แต่ยัง “ฉายแสงไม่เป็น”
ทั้ง ๆ ที่มีของดีพอจะไปไกลในตลาดโลกได้

ในบทต่อไป เก๋อยากเขียนมุมมองเกี่ยวกับสุโขทัย
ว่าอะไร “น่าทำ”, “น่าพูดถึง”, หรือ “ต่อยอดเป็นอาชีพได้”
ในยุคที่คนเราต้องหาทางเลี้ยงชีพไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

เพราะคำว่า “เกษียณอายุ” อาจไม่มีอีกแล้ว
มันอาจถูกแทนด้วยคำว่า…

“การทำงานที่เหมาะกับช่วงวัย
ที่มีความสุข และเลี้ยงชีพได้”

ที่สามารถ สนุกกับชีวิต… ไปจนวาระสุดท้าย

~ moon 11 ~

ช่วงนี้ฝนตก … งานเลยงอกตามสายฝน  ค้างบทความไว้ก่อน ดูภาพสวยๆไปก่อนนะคะ   ขนมปังกระเทียม กับ  ทองม้วน 😍
25/05/2025

ช่วงนี้ฝนตก … งานเลยงอกตามสายฝน ค้างบทความไว้ก่อน ดูภาพสวยๆไปก่อนนะคะ

ขนมปังกระเทียม กับ ทองม้วน 😍

แผ่นดินไหว เป็นอย่างไรกันบ้างคะ !เอาเป็นว่า เก๋เป็นบุคคลที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแผ่นดินไหว แต่กลับบ้านมาเจ...
30/03/2025

แผ่นดินไหว เป็นอย่างไรกันบ้างคะ !

เอาเป็นว่า เก๋เป็นบุคคลที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแผ่นดินไหว แต่กลับบ้านมาเจอโคมไฟระย้าที่บ้านเกือบร่วง ตอนแรกคิดในใจ ใครเข้ามาเล่นในบ้านฉัน 😂

แต่เขาบอกว่าแผ่นดินไหว ให้ดูว่าใครเป็นคนโทรหาคุณคนแรก คนคนนั้นเขาต้องเป็นห่วงคุณจริง คนแบบนี้ต้องรักษาไว้ เก๋หันไปหันมาไม่มีคนในครอบครัวโทรหาเก๋ทั้งสิ้นค่ะ แต่คนที่โทรมากลับเป็นแฟนเพจ โทรมาเตือนด้วยความห่วงใย บางคนรีบส่งข้อความมาด้วยความเป็นห่วง

อันที่จริงทุกวันนี้ เก๋แทบจะเหมือนอยู่ถ้ำค่ะ ใช้ชีวิตคนเดียว วันๆ ไม่ได้คุยกับใคร มีเพื่อนเป็นมือถือ กับซี่รี่ย์จีน หมกมุ่นแต่เรื่องงาน วันเวลาผ่านไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่ที่จริง ในใจลึกๆ รู้ว่า ตัวเองจะต้องเขียนอะไรสักอย่างลงเพจ เพราะอาจมีคนคิดถึง และรออ่านอะไรบางอย่างที่เก๋ถ่ายทอด และรอดูภาพสวยๆ ที่หลายคนบอกว่า แค่ดูภาพก็ช่วยให้ชุ่มชื่นหัวใจ

แต่ว่า เวลาชีวิตของเก๋ ที่ตั้งใจว่าวันนี้จะปล่อยตัวว่างๆ เพื่อจะเขียนบทความ เช้ามาก็มีงานเข้าทุกวัน ที่ตั้งใจไว้ว่าจะปล่อยตัวว่างๆ ก็เป็นอันจบไปค่ะ เพราะมีสิ่งที่ต้องทำและแก้ปัญหาทุกวัน เก๋เป็นคนที่ชอบทำเล็บมาก เก๋ทำเล็บติดต่อกันมาเกิน 18 ปี แต่เดือนนี้เป็นดือนที่เก๋ตัดสินใจตัดเล็บสั้น และลองซื้อสีทาเล็บมาทาด้วยตัวเอง เหตุผลก็เพราะว่า “ ไม่มีเวลาแม้แต่จะไปทำเล็บ! ”

พอเวลาที่จะหบิบไอแพดมาเขียนบทความทีไร ก็รู้สึกว่า ตัวเองนั้นง่วงนอนและเหนื่อยมากแล้ว อีกอย่างหนึ่ง มันมีสิ่งที่เหมือนก้อนกรวดเล็กๆ อยู่ในใจ ที่เก๋ไม่รู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร ?

เรื่องอะไรที่เป็นสาระและมีประโยชน์เพียงพอให้แฟนเพจหยุดอ่าน… อะไร อะไร ที่เป็นสิ่งรอบตัวก็เขียนไปหมดแล้วทั้งสิ้น พอรู้สึกกดดันแบบนี้ ก็ยิ่งคิดไม่ออก งานที่มีเข้ามาทุกวัน ก็ยิ่งทำให้เขียนไม่ได้เข้าไปใหญ่

แต่ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว คนที่โทรหา และส่ง ข้อความมาอย่างเป็นห่วง กลับไม่ใช่คนในครอบครัว แต่เป็นแฟนเพจที่รอคอยอ่านบทความ รออ่านสิ่งที่เก๋หยิบเรื่องราวเล็กๆ น้อย ๆ มาเขียนเล่าให้ฟัง…

เก๋ดูใน TikTok มีคนออกมาทำคลิปมากมายว่า หลังจากเกิดแผ่นดินไหว ทำให้ตระหนักหรือฉุกคิดอะไรได้บ้าง แต่ละคนก็รู้สึกกันไปต่างๆ นานา

สำหรับเก๋ เก๋รู้สึกว่า เก๋จัดสรรเวลาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ค่ะ เก๋ให้ความสำคัญกับเรื่องงานมากไป ไม่มีเวลาแม้แต่ออกกำลังกาย หรือให้เวลาพักผ่อนกับตัวเอง อีกอย่าง บางทีคำว่าครอบครัว หรือคนสำคัญ อาจจะไม่ได้จำกัดเฉพาะคนในครอบครัวหรือวงศ์ตระกูล อาจจะเป็นใครอีกหลายๆ คนที่เขานึกถึงเราและเป็นห่วงเราอย่างกัลยาณมิตร อาจจะเป็นใครอีกหลายๆ คน ที่นึกถึงเรามาตลอดเวลาเกือบ 20 ปี แม้ว่าจะไม่ได้พูดคุยหรือใช้เวลาร่วมกัน

นอกจากเก๋จะมีหน้าที่ในฐานะมนุษย์ที่ต้องทำงานหาเลี้ยงดูแลตัวเองแล้ว เก๋ยังมีหน้าที่เล็กๆ ที่ควรจะแบ่งปันเวลา ความคิด และประสบการณ์ กลั่นมาเป็นบทความที่อาจจะมีประโยชน์บ้าง ไม่มีประโยชน์บ้าง มาให้แฟนเพจได้อ่าน ตามจังหวะเวลาที่เหมาะสม

เพราะว่า ในวันที่มีคนรออ่านบทความ รอชมภาพสวยๆ แม้จะมีเพียงแค่กลุ่มหนึ่ง แต่นั้นยังหมายความว่า เรายังเป็นบุคคลที่สร้างประโยชน์และความสุขให้กับผู้อื่นได้

เมื่อพูดถึงว่า เก๋พอจะมีไอเดียอะไรมาเขียนเล่าให้ฟังบ้าง ? เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ก็พอมีเรื่องที่ทำให้เก๋สนใจอยู่เรื่องนึงคะ! เมื่อเดือนที่แล้ว เก๋ไปเดินซื้อของที่กาดหลวง ก่อนกลับ เก๋มักจะแวะซื้อผลไม้สดกลับไปด้วยเสมอ หลักการซื้อผลไม้ของเก๋ก็คือ เก๋จะซื้อผลไม้ที่ออกในช่วงเวลานั้น ๆ และเลือกดูในราคาที่สมเหตุสมผล ช่วงนั้นเป็นช่วงของส้มสายน้ำผึ้งพอดีค่ะ ราคาต่อกิโลอยู่ที่ 35 -40 บาท ในระหว่างที่กำลังเลือกซื้อส้มอยู่นั้น สายตาเก๋เหลือบไปเห็นกองมังคุดที่ดูแก่และเริ่มจะแข็งแล้วอยู่ข้าง ๆ ในกองนั้นติดป้ายราคาเอาไว้ว่า “ 1 กิโล 250 บาท , ครึ่งกิโล 125 บาท ”

อะไรนะ! ฉันเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า!

ระหว่างนั้นก็มีฝรั่ง 2 คนมาถามซื้อมังคุด คุณลุงที่กำลังขายส้มให้เก๋ทิ้งความสนใจจากเก๋ไปทันทีค่ะ แล้วหันไปขายมังคุดแทน เก๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รอดูและสังเกตการณ์อย่างสนใจ จะมีคนไทยที่ไหนซื้อมังคุดที่แก่เกือบแข็งขนาดนี้ในราคา กิโลกรัมละ 250 บาท จะมีก็แต่ชาวต่างชาติและคนที่ไม่รู้เท่านั้น !

เมื่อฝรั่งถามราคามังคุด ก็หันไปคุยปรึกษากันอยู่แป๊บนึง แล้วก็เปลี่ยนมาหยิบมังคุด 1 ลูก แล้วถามว่า ราคาเท่าไหร่ ? ในระหว่างนั้น เก๋ก็พยายามทำตัวเป็นพลเมืองไทยที่ดี ขยิบหูขยิบตา เหมือนจะบอกว่า หนีไป อย่าซื้อ มันไม่ใช่ราคานี้ ! 😂

แต่ความพยายาม สทร.ของเก๋ไม่เป็นผลค่ะ จนแล้วจนรอด ฝรั่ง 2 คนนั้นก็ซื้อมังคุดไป 1 ลูกในราคา 45 บาท !

เก๋ยักมุมปากและนึกในใจ หนึ่งลูกที่ซื้อเขาจะเอาไปทำอะไรคะ ? แล้วมั่นใจได้อย่างไรว่าแกะไปแล้วจะกินได้ หรือว่า เอาไปถ่ายรูปมังคุดแนบแก้มแล้วชูสองนิ้ว ยิ้มตะมุตะมิทำคอนเทนต์

หลังจากนั้น เก๋ก็หันไปดูร้านอื่นในแถวนั้น ปรากฏว่า ร่วมหัวจมท้ายขายราคาเดียวกันหมด แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าที่เขาต้องการขายต้องเป็นชาวต่างชาติอย่างแน่นอน แต่ถึงจะขายให้ชาวต่างชาติ การขายมังคุดในราคานี้ ก็จะทำให้ราคาเสีย ถ้าเป็นแบบนี้คนไทยจะซื้อผลไม้กินยากขึ้นค่ะ

หลังจากที่นักท่องเที่ยวไปแล้ว เก๋หันไปถามกับคุณลุงขายผลไม้ว่า ” มังคุดกิโลละ 250 เลยเหรอคะ ? “ มันเป็นคำถามและนน้ำเสียงของคนที่ไม่เชื่อสายตาในสิ่งที่เห็น แล้วคุณลุงก็เหมือนรู้ทัน รีบตอบกลับมาทันทีว่า

” นี่ถูกแล้วนะ เดือนที่แล้วขายกิโลละ 500 บาท ! “

เก๋ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่สงบจิตใจ และยิ้มกลับไปโดยไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจรู้สึกว่า ” สิทธิในการพูดเป็นของผู้พูด …แต่สิทธิในการเชื่อ เป็นของผู้ฟังค่ะ ” 😉

มันต้องมีเหตุผลว่า ทำไมราคามังคุดมันถึงถูกดีดไปขนาดนั้น แน่นอนว่ามันต้องมีความต้องการ และมีกำลังซื้อ แต่การที่ราคาจะขายไปที่เท่าไหร่ มันต้องมีราคาเทียบเคียงสิคะ!

วันต่อมาเก๋ไปเดินซื้อของเข้าบ้านที่ Big C ช่วงที่กำลังจะเดินไปจ่ายเงิน มันจะต้องผ่านโซนขายของฝากสำหรับชาวต่างชาติ เช่นผลไม้อบแห้งมและขนบขบเคี้ยวบางอย่าง สายตาเก๋ไปหยุดอยู่ที่มังคุดฟรีซดราย ตรงนั้นมันมีสินค้าให้ทดลองกิน เก๋เลยลองหยิบมังคุดและทุเรียนมากิน อย่างละ 1 ชิ้น

อืมหือ ! มันอร่อยมาก! มังคุดมันอร่อยได้ขนาดนี้เลยรึ ทุเรียนก็หอม เมื่อติดใจก็ลองหยิบถุงขึ้นมาดู ราคามังคุดถุงละ 300 กว่าบาท เก๋รู้สึกว่ามันแพงไป เลยเลือกหยิบถุงเล็กกลับมาบ้าน เพื่อจะเอามาลองชิม และทดลองจัดขนม เก๋หยิบถุงเล็กมาในราคา 79 บาท เมื่อกลับมาถึงบ้าน เปิดซองออกดู มันมีมังคุดอยู่ 3 ลูกเท่านั้นค่ะ !

ราคา 79 บาทได้มังคุดเล็กๆ มา 3 ลูก ! มันเป็นราคาที่อึ้งแบบบอกไม่ถูก คราวนี้เก๋ลองจินตนาการว่าถ้าเก๋เป็นชาวต่างชาติ แล้วซื้อมังคุดในราคา 79 บาท 3 ลูกน้อยๆ นี่แพงไหม ?

มันก็เป็นราคาที่พอซื้อได้ ถ้าเป็นคนที่ไม่เคยกินมังคุด แต่คงไม่ใช่ราคาที่ซื้อซ้ำบ่อยๆ อย่างแน่นอน คราวนี้เก๋กลับไปนึกถึงราคา มังคุดกิโลกรัมละ 250 บาท และขาย 1 ลูก 45 บาท ให้ชาวต่างชาติที่กาดหลวง ก็อาจจะพอเข้าใจได้บ้างว่า เขาอาจจะเทียบเคียงกับราคามังคุดฟรีซดราย กับราคาผลไม้สดจริงๆ นั่นอาจจทำให้เขาไม่รู้สึกว่า ราคามังคุด 1 ลูก 45 บาท เป็นราคาที่ไม่แพงจนเกินไป

แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ เก๋ก็ยังรู้สึกว่า ราคามังคุดฟรีซดรายเป็นราคาที่แพงเกินไป ในแบบที่คนไทยซื้อไม่ได้อย่างสบายใจ ถึงแม้ว่ามันจะอร่อยมากก็ตามค่ะ

หลังจากนั้นโลกของมังคุดและทุเรียนฟรีซดรายก็วนเวียนอยู่ในหัวเก๋ เก๋เข้าไปค้นหาสินค้ามังคุดและทุเรียนฟรีซดรายทั้งใน Shopee และ TikTok แล้วก็พบว่า มันมีหลายร้านที่ขายสินค้าชนิดนี้ และหลากหลายราคา แต่ทั้งหมด ราคาถูกว่าที่เก๋ซื้อที่ Big c อย่างแน่นอนค่ะ

เก๋ผู้ไม่ยอมศิโรราบให้กับ มังคุด 3 ลูก ราคา 79 บาท เก๋เลยไล่กดสั่งซื้อมังคุดและทุเรียนจากทุกร้าน เพื่อทดลองดูหลายๆ ยี่ห้อ ว่าราคาที่แตกต่างกัน มันอร่อยต่างกันจริงไหม

สุดท้าย ท้ายสุด เก๋หมดให้ค่ามังคุดและทุเรียนไป เกือบสองพันบาท พร้อมกับนำ้หนักขึ้นมา 3 กิโล ! …(🙄)…

ทุกวันนี้เก๋ไม่กล้ามองตัวเองในกระจก และไม่อยากถ่ายรูปเลยด้วยซ้ำค่ะ แล้วก็ต้องยอมรับว่า เราแก่แล้วจริงๆ ถ้ากินขนม กินของหวานตามใจแบบนี้ น้ำหนักตัวจะขึ้นเร็วมากอย่างน่าตกใจ 555!

แต่ว่า เก๋ก็ค้นพบว่า มังคุด 3 ลูก ราคา 75 บาทนั้น หอม! อร่อยกว่ามังคุดเจ้าอื่นจริงๆ ไม่เพียงแต่มังคุด ทุเรียนยังหอมหวานกว่าเจ้าอื่นๆ ด้วย นั่นอาจเป็นที่มาว่า ราคาทำไมแพงกว่าเจ้าอื่นขนาดนั้น

แต่ถึงเจ้าอื่นๆ จะราคาถูกกว่าก็ตาม แต่โดยรวมแล้วก็ยังเป็นราคาที่แพงอยู่ดี เราเป็นประเทศที่ผลิตอาหารและผลไม้ได้ เก๋คิดว่า เราไม่จำเป็นที่ต้องกินผลไม้ฟรีซดรายในราคานี้ด้วยซ้ำ แต่ถ้าจะเป็นผลไม้เพื่อส่งออกให้กับประเทศที่ไม่สามารถปลูกผลไม้นี้ได้ ก็เป็นอีกเรื่อง !

รู้ไหมคะ เก๋รู้สึกอย่างไร

เก๋รู้สึกว่า สำหรับตลาดในเมืองไทย มันมีความต้องการกินผลไม้สไตล์นี้อยู่ แต่ต้องการราคาที่ย่อมเยากว่านี้ ราคาที่คนไทยสามารถกินไทยเป็นประจำทุกเดือน ราคาที่สามารถนำไปจัดเป็นเซต welcome drink ให้กับนักท่องเที่ยว ราคาที่จะสามารถนำไปครีเอทเป็นเมนูอาหาร หรือขนมให้กับร้านค้าที่ขายให้กับนักท่อง หรือคนท้องถิ่น ราคาที่มันสามารถนำไปต่อยอดได้

เก๋ไม่รู้ว่ากระบวนการผลิตมันต้องใช้ต้นทุนสูงขนาดไหน แต่ถ้ามันมีคนเก่งๆ ที่สามารถคิดวิธีทำให้มันมีราคาถูกกว่านี้ หรือทำผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกัน ทดแทนกันได้ มันมีช่องว่างของสินค้าที่มีความต้องการอยู่ คนที่สามารถทำสินค้ามาอุดช่องว่างนี้ได้ ทำเงินได้อย่างแน่นอนค่ะ

วันนี้เก๋จบเรื่องเล่านิทานมังคุดแค่นี้ก่อน คราวหน้าอาจจะมาต่อไอเดียเกี่ยวกับจับอาหารท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าให้ฟัง เก๋เองไม่มีความสามารถเรื่องอาหารค่ะ แต่เก๋พอจะเห็นตัวอย่างบางคนที่สามารถจับวัตุดิบง่ายๆ มาสร้างมูลค่าได้ดี

คราวหน้าค่อยมาเขียนให้อ่านนะคะ

วันนี้เก๋ราคาไปด้วยภาพมังคุดฟรีซดราย ที่อร่อย และสามารถกินคู่กับมชาหรือกาแฟได้เป็นอย่างดีค่ะ

วันนี้ Good night นะคะ ❤️

เป็นคนตัวเล็ก เลยกินแค่นี้พอ!❤️ช่วงนี้งานเยอะ เอาภาพมาฝากก่อน  บทความติดไว้ก่อนนะคะ 🌸
09/03/2025

เป็นคนตัวเล็ก เลยกินแค่นี้พอ!❤️

ช่วงนี้งานเยอะ เอาภาพมาฝากก่อน บทความติดไว้ก่อนนะคะ 🌸

วันแห่งความรัก คือ จิบชาร้อนๆอยู่บ้าน ที่อยู่บ้านเพราะไม่สบาย 😍😂
14/02/2025

วันแห่งความรัก คือ จิบชาร้อนๆอยู่บ้าน

ที่อยู่บ้านเพราะไม่สบาย 😍😂

เก๋ชอบบ้านที่มีระเบียงไม้อยู่หน้าบ้าน  โดยเฉพาะมีระเบียงไม้ยื่นออกมาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่  เวลาตอนเช้าๆ แค่ออกมานั่งมองต้นไม...
31/12/2024

เก๋ชอบบ้านที่มีระเบียงไม้อยู่หน้าบ้าน โดยเฉพาะมีระเบียงไม้ยื่นออกมาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เวลาตอนเช้าๆ แค่ออกมานั่งมองต้นไม้ฟังเสียงนก มองใบไม้ที่อยู่บนต้นไม้ และมองใบไม้ที่หล่นมาที่ระเบียงบ้าน เมื่อบวกกับความร่มรื่น ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ เก๋สงบค่ะ

ช่างฝีมือที่ทำระเบียงไม้สมัยก่อนมีฝีมือ ใจเย็นและราคาไม่แพงค่ะ เก๋จำได้ว่า ทั้งค่าไม้และค่าช่างรวมกันไม่เกิน 15,000 บาท ถือว่าแพงในสมัยนั้น แต่เป็นราคาที่หาไม่ได้ในสมัยนี้ ไม้ดี ๆ อยู่กับเราได้นานมากค่ะ แต่ถึงจะได้ไม้ดีอย่างไร กาลเวลาที่ผ่านแดดผ่านฝนมาเกือบ 20 ปี ก็ต้องผุกร่อนเข้าสักวัน

เมื่อถึงเวลาที่ระเบียงไม้ผุผังจนเกินเยียวยา ได้เวลาต้องเปลี่ยนใหม่ ค่าไม้และค่าช่างนั้นเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เก๋ติดต่อช่างมาดูหลายคน บางคนก็ไม่อยากทำ บางคนก็คิดราคาสูงจนน่าตกใจ ช่างบางคนจึงแนะนำว่าเปลี่ยนเป็นระเบียงเหล็กไหม ไม่ต้องมาผุพังบ่อย ๆ เก่าก็ทาสีใหม่ ยุ่งยากกน้อยกว่าไม้เยอะ

เมื่อได้ฟังข้อเสนอนี้ เก๋ก็ลังเลอยู่นานค่ะ เพราะใจที่ชอบความคลาสสิคของไม้อยู่ทุนเดิน แต่อีกใจก็เข็ดขยาดกับปัญหาของไม้ที่จุกจิกเต็มไปหมด ที่สำคัญหาช่างมาทำยากมาก

สุดท้ายเก๋ก็เลือกทางที่ยั่งยืน เปลี่ยนเป็นเหล็กน่าจะดีกว่า ปัญหาคงจะน้อยลง!

โชคดีที่ช่างเหล็กคนนี้ทำงานเหล็กเลียนแบบงานไม้เดิมได้เหมือนอย่างไม่น่าเชื่อ เก๋เลือกทาสีด้าน ไม่ใช้สีนำ้มันเพราะมันดูไม่คลาสสิค เมื่องานเสร็จก็รู้สึกว่า งานเหล็กก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ถึงจะไม่สวยเท่างานไม้ แต่ก็น่าจะลดปัญหาไปได้เยอะ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เก๋ก็พบว่า ระเบียงเหล็กก็มีข้อเสียอยู่หลายอย่าง เวลาที่มีฝนตกกระทบเหล็กจะส่งเสียงดังอย่างน่าตกใจ ซึ่งไม้จะให้ความเงียบสงบกว่า และสิ่งที่เก๋พบมากยิ่งขึ้นคือ ระเบียงไม้ถึงแม้จะผ่านแดดผ่านฝน แต่ความเก่าของไม้นั้นคลาสสิค สีไม้ที่เก่าผุพัง กลับดูสวย vintage ไปอีกแบบ แต่งานเหล็กนั้นเมื่อผ่านไปแค่ 2 ปีก็เกิดสนิมขึ้นง่ายมาก สีสนิทจากเหล็ก มันไม่ได้สวยคลาสสิคเหมือนงานไม้เสียด้วยสิ ถึงจะไม่ผุพัง แต่ก็ต้องทาสีบ่อยครั้งเพื่อให้ดูสวยงาม

ระเบียงไม้นี้สอนอะไรเก๋บางอย่าง. . .

ไม่ว่าเราจะเลือกอะไร หรือเจอกับสิ่งไหน ไม่มีอะไรดีไปเสียทุกอย่าง และแย่ไปเสียทุกอย่าง ทุกอย่างมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวมันเอง ถ้ามีสิ่งหนึ่งดี ก็จะมีสิ่งหนึ่งเสียตามมาด้วยอยู่เสมอ

เรื่องนี้มันทำให้เก๋ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงค่ะ และก็ไม่ได้มองสิ่งใหม่ที่เข้ามาในชีวิตมีแต่แง่บวกไปทั้งหมด การทำใจเป็นกลางแล้วค่อย ๆ มองว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นอย่างมีสติในจะดีที่สุด

ถ้าช่วงชีวิตกำลังเจอบางสิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่ หดหู่สิ้นหวัง ในสถานการณ์นั้นมันต้องมีสิ่งที่ดีซ่อนอยู่เสมอ เรามีหน้าที่มองหามันให้เจอ แม้มันจะเป็นจุดที่น้อยนิด แต่ใช้มันให้เป็นประโยชน์

ถ้าช่วงชีวิตกำลังเจอการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก็ให้รู้ว่า ประตูบานหนึ่งปิด เตรียมใจได้เลยว่า ประตูบานบานใหญ่กำลังเปิด เตรียมพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาในไม่ช้า

และแน่นอนว่า ช่วงเวลาที่เรากำลังตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ ๆ ก็ให้เตรียมใจ และมีสติว่า เดี๋ยวมันจะต้องมีสิ่งที่เราไม่ชอบใจตามมาด้วย

แล้วทั้งหมดทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นประตูบานเก่าที่ปิดไป หรือประตูบานใหม่ที่กำลังจะเปิดออก เมื่อเราเดินผ่านเสร็จสิ้นแล้ว มันเรียกว่าประสบการณ์ชีวิต ที่เราต้องเรียนรู้และก้าวผ่านไปทีละบท บางบนเรียน เราอาจจะไม่อยากเรียน และอยากจะให้มันผ่านไปเร็ว ๆ แต่บางบทเรียน เรารอคอยมันมาแสนนาน และไม่อยากให้มันจบลงเลยด้วยซำ้

ไม่ต้องไปกังวล และไม่ต้องไปคิดเรื่องนั้น

บทเรียนทุกอย่างมันมีคุณค่าหมด เมื่อผ่านไปได้เราจะเก่งและแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เราจะอยู่ง่ายขึ้น มีความสุขง่ายขึ้น คิดเก่งขึ้น ใช้ชีวิตได้อย่างมีศิลปะมากขึ้น และสุดท้าย ไม่มีอะไรต้องติดค้าง และปล่อยผ่านทุกอย่างไปได้อย่างสบาย

ปีนี้เป็นปีที่เก๋เขียนบทความน้อยมาก ถือว่าให้ความสุขแฟนเพจได้น้อยไปหน่อย แต่เก๋ตั้งใจว่า อยากเขียนบทความเมื่อตัวเองพร้อม และอยากเขียนบทความเมื่อมีอะไรอย่างเล่าและเป็นประโยชน์จริง ๆ

ปีนี้ขอให้แฟนเพจทุกท่าน ก้าวผ่านประตูบานเก่าที่กำลังปิดลง และเปิดรับบานใหม่ด้วยใจที่เบิกบาน ปีหน้าคิดว่าทุกอย่างลงตัว จะกลับมาเขียนบทความและมีภาพขนมสวย ๆ ให้บ่อยยิ่งขึ้นค่ะ

Happy New Year นะคะ

ใกล้ถึงวันลอยกระทงแล้วนะคะ  เวลาถึงงานลอยกระทงทีไร เก๋มักนึกถึงจังหวัดสุโขทัยทุกทีค่ะ!เพราะภาพจำในวัยเด็กของเก๋ งานลอยกร...
13/11/2024

ใกล้ถึงวันลอยกระทงแล้วนะคะ เวลาถึงงานลอยกระทงทีไร เก๋มักนึกถึงจังหวัดสุโขทัยทุกทีค่ะ!

เพราะภาพจำในวัยเด็กของเก๋ งานลอยกระทงเป็นงานใหญ่ของจังหวัดสุโขทัย ที่จัดได้ยิ่งใหญ่ และสวยงามทุกปี

เมืองเก่าที่ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ช่วงเวลากลางวันที่แดดร้อน เห็นแต่อิฐสีแดง ที่โชว์ถึงความเก่าแก่ แต่กลางคืนกลับสว่างไสวไปด้วยเสียงเทียน แสงที่ไม่มากไป แต่สว่างพอทำให้เมืองเก่าทั้งเมืองนั้นโดดเด่นขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์

โดยปกติเมืองเก่าของสุโขทัยไม่ได้มีผู้คนเดินไปขวักไขว่เหมือนกับเมืองเก่าของเชียงใหม่ค่ะ แต่ช่วงเทศกาลลอยกระทง จะเป็นช่วงที่เมืองเก่ากลับมามีชีวิตชีวา คนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมงานกันอย่างคึกคัก เก๋ชอบแสงเทียนยามพลบค่ำของเมืองเก่า มันสวยงาม และสงบ และ มันเป็นช่วงที่ทำให้เก๋พอได้จินตนาการว่า ถ้าอาณาจักรสุโขทัยยังรุ่งเรือง มันจะสวยงามขนาดไหน

ถ้าใครพอจะมีเวลาว่าง พอมีโอกาส เก๋อยากให้หาเวลาไปเที่ยวงานเทศกาลลอยกระทงที่จังหวัดสุโขทัยสักครั้งหนึ่งในชีวิตค่ะ

มาพูดถึงชีวิตประจำวันเก๋กันบ้าง สถานที่ที่เก๋ไปบ่อยที่สุดในช่วงนี้คือไปรษณีย์ค่ะ เก๋พบว่า คนที่ไปส่งของที่ไปรษณีย์ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนเดิมๆ ไปรษณีย์รุ่นใหม่จึงกลายเป็นที่ศูนย์รวมย่อมๆ ของคนที่ทำมาค้าขายทางออนไลน์

สมัยก่อน สถานที่ที่คนมาประชุม ซุบซิบ คุยเรื่องชาวบ้านชาวช่อง มักจะเป็นร้านทำผม หรือร้านกาแฟโอเลี้ยงในตลาดใช่ไหมคะ พอยุคสมัยมันเปลี่ยนไป คนเริ่มทำมาค้าขายกันในอากาศมากขึ้น ไปรษณีย์กลายเป็นศูนย์รวมผู้คนได้อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ

ไปรษณีย์จะมีทั้งแบบที่เป็นของไปรษณีย์โดยตรง กับที่เป็นแบบเฟรนไชส์ แบบเฟรนไชส์พนักงานจะมีความยืดหยุ่นกว่า คนที่เก่งๆ ก็จะคอยบริการลูกค้าได้อย่างครบจบ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำ การช่วยแพค หรือสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

กิจกรรมที่พนักงานสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผู้หญิงด้วยกันได้เป็นอย่างดีคือการเม้าท์มอยค่ะ 555! ประเด็ดที่มักจะหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันคือเรื่องที่ออกรายการโหนกระแส !

วันนี้มีเรื่องอะไร ?

เมื่อมีคนเปิดประเด็ด เดี๋ยวก็จะมีคนที่มาส่งของในช่วงเวลาเดียวกันช่วยกันแสดงความคิดเห็น การได้ออกความคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา สร้างความสนุกใให้กับผู้ที่กำลังนั่งรอคิวส่งของอยู่ไม่น้อยค่ะ

ผู้จัดละครไทยมักออกมาบ่นว่า เดี๋ยวนี้คนไทยดูละครไทยน้อยลง เก๋คิดว่าเรื่องนี้มันจริงด้วยเหตุผลหลายๆประการ ทั้งซีรี่ย์ต่างประเทศที่ทำสนุกกว่า ในขณะที่ละครไทยมีพล๊อตเรื่องเดิมๆ มันคือกลิ่นเดิมๆที่เราคุ้นเคย กลิ่นน้ำปลา กะปิ ที่เราแทบจะเดาอารมณ์ละครได้เลยว่ามันจะไปแบบไหน

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีรายการใหม่ที่มันสนุกยิ่งกว่าละคร แต่ละเรื่องนั้นเป็นวัตถุดิบให้คุยเม้าส์มอยได้สนุกปาก

เวลาที่เราเปิดเรื่องประเด็นนี้ทีไร ก็จะมีคนหันมามีส่วนร่วม ช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันอย่างไม่ได้นัดหมาย มีคำพูดของคนที่มาส่งของที่ไปรษณีย์พูดขึ้นมาว่า

" ทุกวันนี้ละครน่าเบื่อ ขึ้นต้นเรื่องมา ฉันก็รู้ กลางเรื่องและจุดจบหมดแล้ว สู้ดูโหน
กระแสไม่ได้ โอ๊ย! สนุก ปวดหัว ฉันคาดเดาอะไรไม่ได้เลย ! "

เก๋คิดว่าคำพูดนี้ตรงใจเก๋ที่สุด เก๋ชอบดูรายการเรียลลิตี้มากกว่าดูละครค่ะ เพราะว่า มันมีสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เกิดขึ้นอยู่เสมอ และสิ่งที่เก๋ชอบดูมากที่สุดคือ ปฏิกิริยาของมนุษย์ที่มีต่อเรื่องนั้นๆ เราจะได้เห็นความเป็นมนุษย์อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งบางที เก๋รู้สึกว่า เขารู้อยู่แล้วว่ามีกล้องจับจ้องอยู่ การจะพูดจะคิดอะไร จึงควรระวังคำพูดให้มาก

แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยค่ะ คนเรามักลืมตัว และจะพูดในสิ่งที่คิดออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ ความเป็นมนุษย์บางครั้งก็สะท้อนใจ บางครั้งก็น่ากลัว บางครั้งก็สนุกอยู่ในนั้น มันแซ่บ ครบรส !

แต่รายการโหนกระแส ไม่มีบทกำกับยิ่งกว่ารายการเรียลลิตี้ มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย หลายๆเรื่องที่เราต้องตกใจว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริง ๆ เหรอ

มันมีคนคิดแบบนี้ด้วยจริงสินะ!

มันจึงเป็นเรื่องที่ผู้ชมคาดเดาไม่ได้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น และจะไปจบที่ตรงไหน
พวกเราจึงลงความเห็นว่า กรรชัยอำนวยการสร้าง ทำรายการได้สนุกยิ่งกว่าละคร ช่วงเวลาที่ทุกคนจะรอดูละคร จึงมาเปลี่ยนเป็นดูโหนกระแสแทนค่ะ

แต่ว่า เก๋มีพูดเรื่องนี้ทำไม ?

ที่จริงเรื่องการเม้าส์มอยรายการโหนกระแสเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไปรษณีย์ไทย แต่เก๋กลับสังเกตเห็นว่า ไปรษณีย์ไม่ใช่สถานที่แค่ส่งของ แต่มันยังเป็นศูนย์รวมคนหลากหลาย และบางคนเป็นลูกค้าประจำ มันมีช่องทางและโอกาสที่จะทำการตลาดมากมายที่ไปรษณีย์ …ถ้ามีคนมองเห็น

ในขณะเดียวกัน การให้บริการส่งของนั้นมีพื้นฐานการให้บริการไม่แตกต่างกัน แต่ในเนื้อของบริการ แต่ละร้าน มันจะมีวิธีการที่จะบริการยังไงให้ลูกค้าติดใจ บางคนอยู่ไกลแค่ไหนก็ยอมขับรถมาส่งที่สาขานี้ เพราะว่ามันมีบางอย่างที่สาขาอื่นให้ไม่ได้

มันก็คงคล้ายๆกันกับ เวลาที่ใครเห็นผู้หญิงที่เขาได้สามีรวย หรือสามีรูปร่างหน้าตาดี ตามประสาคนชอบเม้าส์มอยก็จะอุปทานไปว่า ผู้หญิงเขาต้องมีทีเด็ด! 555

ถ้าพูดถึงว่าชีวิตยามเกษียณไม่รู้จะทำอะไรดี ไม่ใช่เป็นคนชอบลงทุนธุรกิจ ชอบทำอะไรนิ่ง ๆ อยู่กับที เก๋คิดว่า การให้บริการรับส่งพัสดุก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ เพราะมันเป็นเทรนอนาคต แต่ มันต้องไม่ใช่มาเปิดรับและส่งอย่างเดียว เจ้าของกิจการจะต้องคิดวิธี วางรูปแบบของร้าน วางคาแรคเตอร์ วางกลุ่มเป้าหมายว่าอยากได้ใครเป็นพิเศษ และสื่อสารไปให้ชัดๆ ทำให้มากกว่าที่คนอื่นทำ

เก๋คิดว่า อาชีพนี้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ

เมื่อพูดถึงว่าเก๋ชอบดูรายการเรียลลิตี้มากเป็นพิเศษ มันมีรายการหนึ่งใน Netflix เป็นรายการแข่งขันทำอาหารของเกาหลี ชื่อว่า "สงครามเชฟคนละชั้น " แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ เนื่อหาของรายการก็สนุกตื่นเต้น แค่ดูตอนแรก เก๋ก็หมายหัวเลยว่าใครน่าสนใจ คนที่เก๋สนใจ ก็ถือว่าเป็นคนสำคัญของรายการ แต่สิ่งที่ได้จากการดูรายการนี้คือ ทำให้เข้าการทำอาหารมากขึ้น และเข้าใจมากขึ้นว่า การได้มาซึ่ง มิชลิน 3 ดาวมันต่างจากปกติยังไง

พอดูจบ สิ่งหนึ่งที่เก๋ตอบตัวเองได้ชัดอยู่หนึ่งอย่างคือ เก๋ไม่มีเซ้นส์ด้านอาหารเลยจริงๆ คือไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เลยค่ะ 😂 แต่พอดูจบ สิ่งหนึ่งที่เข้ามาในหัวคือ จังหวัดสุโขทัย เก๋ว่าคนสุโขทัยมีเซ้นส์เรื่องทำอาหารมากเป็นพิเศษ อาหารหลายอย่างในจังหวัดสุโขทัยน่าสนใจ และอร่อยแบบไม่ต้องพยายาม

ที่เก๋เคยติดค้างไว้ว่าอยากจะเขียนเกี่ยวกับจังหวัดสุโขทัย แต่ก็เงียบหายไป เพราะว่างานเก๋เยอะค่ะ และบางอย่างมันไม่ลงตัว ตอนนี้ชีวิตเก๋พอเข้าที่เข้าทางมากขึ้น พอจะมีหัวสมองโล่งๆ ได้ลำดับเรื่องราวว่าจะเขียนถึงเรื่องไหน อะไรที่น่าสนใจ เรื่องนี้จะเอาไว้มาต่อคราวหน้านะคะ วันนี้ต้องแค่นี้ก่อน เพราะเดี๋ยวจะไปทำธุระและทำงานต่อค่ะ

และเช่นเคยเก๋ก็มีภาพขนมไทยสวย ๆ มาฝากเช่นเคย เดี๋ยวนี้มีการประดับดอกไม้ตกแต่งขนมเต็มไปหมด ที่จริงดอกไม้เล็ก ๆ รอบบ้านที่เรามี สามารถนำมาตกแต่งได้หมดค่ะ บางอย่างไม่ต้องซื้อ เราใช้ความคิดสร้างสรรค์ในสิ่งที่เรามีแทนก็ได้ค่ะ

วันนี้ good night นะคะ

มีคนถามมาเยอะว่าที่บ้านนำ้ท่วมหรือเปล่า ? ที่บ้านนำ้ไม่ท่วมค่ะ โชคดีที่อยู่ที่สูง ยังไม่เคยเจอปัญหานำ้ท่วมค่ะ   แต่คอยติ...
05/10/2024

มีคนถามมาเยอะว่าที่บ้านนำ้ท่วมหรือเปล่า ?

ที่บ้านนำ้ไม่ท่วมค่ะ โชคดีที่อยู่ที่สูง ยังไม่เคยเจอปัญหานำ้ท่วมค่ะ แต่คอยติดตามข่าว ก็ตื่นเต้นไปด้วย ตั้งใจว่าจะเขียนบทความ แต่สารภาพว่าเขียนไม่ทัน หนึ่งวันพันเหตุการณ์ มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวันค่ะ เลยส่งภาพมาหวานๆ มาให้ดูก่อน ☺️

ช่วงนี้มีคนโทรมาจองที่พักเยอะเลย เพราะหนีนำ้ท่วมค่ะ แต่ช่วงนี้บ้าน moon 11 home ยังปิดอยู่ค่ะ ใครมองหาที่พัก โซนแถวมหาวิทยาลัยพายัพ กับเส้นสันกำแพงนำ้ไม่ท่วมนะคะ

รักษาสุขภาพ Good night ค่ะ

ที่อยู่

ถนนวงแหวนรอบสอง ( หมู่บ้านพิมุกต์ บ้านเลขที่ 239/28 ตำบลสันพระเนตร อ. สันทราย จ. Chiang Mai
Chiang Mai
50210

เบอร์โทรศัพท์

+66858636448

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Moon 11ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Moon 11:

แชร์