Cost Square - วางแผนต้นทุน

Cost Square - วางแผนต้นทุน การวางแผนต้นทุนให้ถูกต้องก่อนออกแ?

เรียนคุณแม่ค้าพ่อค้า ผู้ประกอบการทุกท่านที่ใช้วัสดุเมทัลชีทมุงหลังคาอาคาร หรือเป็นชายคาหน้าร้านก็ตาม หากท่านรู้สึกร้อนนั...
17/04/2024

เรียนคุณแม่ค้าพ่อค้า ผู้ประกอบการทุกท่านที่ใช้วัสดุเมทัลชีทมุงหลังคาอาคาร หรือเป็นชายคาหน้าร้านก็ตาม หากท่านรู้สึกร้อนนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ถึงจะมีฉนวนแล้วก็ตาม เพราะธรรมชาติของวัสดุเป็นอย่างนั้น คือ มันเป็นโลหะ มันจึงส่งผ่านความร้อนได้ดีเยี่ยมเหมือนกระทะทอดไข่ยังไงยังงั้น เพียงแต่กรณีนี้เตาดันอยู่ด้านบนเหนือศรีษะเรา

ดังนั้นหากท่านอยากเปิดพัดลมให้คลายร้อน ท่านควรเปิดในแนวนอน คือ ให้พัดจากด้านในออกด้านนอก หรือถ้าให้ดีกว่าคือ ดูดเอาอากาศออกไปภายนอกในแนวนอน เพราะอากาศร้อนนั้น ถูกส่งผ่านจากภายนอกเหนือหลังคา แล้วลงมาสะสมอยู่ภายใต้หลังคา ซึ่งโดยปกติอากาศที่มีความร้อนจะลอยขึ้นสูง หรือลอยตัวอยู่ด้านบน (ตรงข้ามกับอากาศที่มีความเย็นกว่าจะลอยลงต่ำ หรือเคลื่อนเข้ามาแทนที่อากาศร้อนที่ลอยขึ้นสูง ซึ่งทำให้เกิดลม) เราจึงควรใช้พัดลมดูดให้อากาศร้อนออกไปด้านนอก ก่อนที่จะพวกมันจะสะสมลงมาถึงคนที่นั่งอยู่ใต้หลังคานั้น ซึ่งเรามักไม่คุ้นกับสิ่งนี้ เพราะดูเหมือนไม่รู้เปิดพัดลมพัดให้ใคร

หรือถ้าทำใจไม่ได้ว่าจะเปิดพัดลมทิ้งไปเปล่าๆ ทำไม ก็ควรเปิดพัดลมแนวนอน ให้พัดจากด้านเย็นกว่าไปด้านร้อนกว่า ก็ยังดี

สิ่งที่ไม่ควรทำ แต่เห็นหลายคนไม่ว่ารายเล็กหรือใหญ่แบบคอมมอลทำ คือ การติดพัดลมเพดาน หากท่านติดพัดลมเพดาน นั่นเท่ากับว่าท่านกำลังดูดความร้อนใต้หลังคาให้ลงมาถึงตัวท่านโดยตรง แทนที่จะปล่อยให้มันลอยนวลอยู่บนนั้น ยิ่งพัดก็ยิ่งร้อน แถมหากมีเตาอยู่ในนั้นอีก คงไม่ต้องบรรยายต่อเลยครับ

... เพราะเด็กๆ เติบโตและเรียนรู้คุณค่าที่จะเสริมส่งชีวิตของพวกเขาจากสภาพแวดล้อม พอๆ กับเรียนรู้จากผู้คนมีสถาปัตยกรรมมากเ...
14/11/2022

... เพราะเด็กๆ เติบโตและเรียนรู้คุณค่าที่จะเสริมส่งชีวิตของพวกเขาจากสภาพแวดล้อม พอๆ กับเรียนรู้จากผู้คน
มีสถาปัตยกรรมมากเหลือเกินที่ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วย มันทำให้ผู้คนรู้สึกป่วยหรือ 'ป่วย' ได้
รูปแบบ รูปทรง พื้นที่ สี เส้น และความสัมพันธ์ระหว่างธาตุนานามากหลายที่รายรอบตัวเรา ไม่เพียงไม่เกื้อหนุนหล่อเลี้ยงเราเท่านั้น แต่มันยังบั่นทอนชีวิตด้วยคุณภาพที่ตายซาก ซึ่งรวมถึงคุณภาพของอากาศ สนามแม่เหล็ก เสียงอึกทึก ...
เมื่อขาดสุนทรียภาพหล่อเลี้ยงจิตใจ มนุษย์ก็จะหันเหไปเติมเต็มอารมณ์ด้วยการเสพทุกสิ่งที่สนองความอยากของตน
ปกติผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมองสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว แต่เรา 'หายใจ' มันเข้าไปในตัวตลอดเวลา
ส่วนใหญ่เราไม่สังเกตสิ่งที่อยู่รอบกาย สิ่งเหล่านี้จึงส่งผลต่อเราโดยที่เราไม่คิดที่จะขัดขืน ในเมื่อสิ่งรอบกายส่วนใหญ่เป็น 'สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น' สถาปัตยกรรมจึงส่งผลต่อเราอย่างอเนกอนันต์
NidTaweesak .. เรียบเรียงจาก
Places of the Soul
Architecture and Environmental Design as a Healing Art

"การจะให้ผู้รับเหมามารักษาผลประโยชน์ให้เจ้าของงาน เป็นความคิดที่แปลกประหลาดอย่างมาก"อาจจะเว่อไปหน่อย แต่หายากจริงๆ ครับ
05/07/2022

"การจะให้ผู้รับเหมามารักษาผลประโยชน์ให้เจ้าของงาน เป็นความคิดที่แปลกประหลาดอย่างมาก"
อาจจะเว่อไปหน่อย แต่หายากจริงๆ ครับ

งานแบบนี้ ก็เป็นงานอีกแบบ

-

ในการก่อสร้าง หลายบ้านก็ไม่ได้จ้างที่ปรึกษา
เพราะไม่รู้ว่า ที่ปรึกษา มีหน้าที่ทำอะไร
จ้างกันยังไง หายังไง เพื่ออะไร

-

หรือ ส่วนใหญ่ เช่นบ้านหลังนี้
ก็คิดว่า ถ้าจ้างบริษัทใหญ่ๆแล้ว
ยอมจ่ายเงินแพงๆแล้ว
บริษัทก็จะจัดทุกอย่างมาให้ครบ ไม่ปวดหัว

ซึ่ง ก็เป็นความผิดที่ "ผิด"

-

ที่ปรึกษาโครงการ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาบอกถึงข้อดีข้อเสียทางเลือกต่างๆและเพื่อให้เจ้าของบ้านมีข้อมูลไปใช้ในการคิดและตัดสินใจอย่างรอบด้าน

ในอีกทางหนึ่งก็เป็นผู้ที่คอยอธิบายให้เจ้าของบ้านเข้าใจในวิธีการก่อสร้างและเข้าใจตัวผู้รับเหมาด้วย

นอกจากนั้นยังทำหน้าที่เหมือนหมาเข้ายามที่คอยเฝ้าระวังผลประโยชน์ให้กับเจ้าของบ้านอย่างตรงไปตรงมาและไม่ลำเอียง

เพื่อให้งานเดินไปอย่างเรียบร้อยและรวดเร็วที่สุด

ผู้รับเหมาหรือผู้รับจ้างไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบบริษัทหรือบุคคลทั่วไปจะมีความรู้ในด้านการก่อสร้างค่อนข้างดีอยู่แล้ว
ตัวเจ้าของบ้านเองต่างหากที่ต้องสำรวจตัวเองว่ามีความรู้ ความเข้าใจในด้านงานก่อสร้างเพียงพอที่จะเจรจาต่อรองเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ตัวเองได้หรือไม่

การจะไปคาดหวังให้คนของบริษัทรับเหมาก่อสร้างมารักษาผลประโยชน์ให้กับเจ้าของบ้านเป็นความคิดที่แปลกประหลาด และผิดเป็นอย่างมาก

ต่างฝ่ายจึงต้องควรมีคนที่มีความรู้ในงานก่อสร้างเท่าๆกันเป็นคนเจรจารักษาผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายไว้และนั่นคือความจำเป็นที่เจ้าของบ้านจะต้องมีที่ปรึกษาโครงการก่อสร้าง

บ้านหลายหลัง รวมถึงหลังนี้ก่อสร้างมานานแล้วก็ไม่เสร็จ ทั้งที่ผู้รับเหมาก็มีความตั้งใจที่จะทำงานกับเจ้าของบ้านก็มีความตั้งใจที่จะจ่ายเงินตามสัญญาแต่ติดตรงที่ว่าต่างฝ่ายต่างไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้งานจึงล่าช้าออกไป

สุดท้ายจะลุกลามบานปลายใหญ่โตกลายเป็นเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาคุยกันไม่ได้เลยก็มีทำให้เกิดปัญหาและความเสียหายตามมา

ที่ปรึกษาก็จะเข้ามาทำหน้าที่ตรงจุดนี้

อย่างบ้านหลังนี้ก็มีปัญหาการก่อสร้างล่าช้าจบไม่ลง ล่าช้าเป็นเวลาเกือบสองปี งบประมาณ ภายใน ภายนอกรวมประมาณ 25 ล้าน

เมื่อแอดเข้าไปทำงานจัดการเคลียร์ปัญหาสร้างความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายให้ถูกต้องตรงกันเพียงสามเดือนกว่างานก็เสร็จสามารถส่งมอบและเข้าอยู่ได้

งานก่อสร้างไหนที่ยังมีปัญหาจบไม่ลงอยู่ค่ะลองมองหาที่ปรึกษาดีดีเข้าไปช่วยงานนะครับ
ปัญหาของคุณอาจจะจบได้ง่ายกว่าที่คิด

ผมเคยมีส่วนร่วมในการคิดริเริ่มหาทางทำโครงการโรงแรมชั้นประหยัด สาขาละไม่เกิน 79 ห้อง ต้องมีลิฟท์ มีที่จอดรถมากกว่าห้อง ขา...
30/06/2022

ผมเคยมีส่วนร่วมในการคิดริเริ่มหาทางทำโครงการโรงแรมชั้นประหยัด สาขาละไม่เกิน 79 ห้อง ต้องมีลิฟท์ มีที่จอดรถมากกว่าห้อง ขายไม่เกินคืนละ 500 บาท ต้นทุนจึงต้องไม่เกินห้องละ 4 แสนบาท และใช้เวลาสร้างไม่เกิน 10 เดือน มีเป้าหมายจะสร้างให้ครบทุกจังหวัดในไทย โดยให้มีแบรนที่โดดเด่นชัดเจน มีมาตรฐานห้องและบริการแบบเดียวกันทุกที่ คล้าย 7-11
เป็นโจทย์หินที่ทีมต้องศึกษาจาก "ป้าสวย" ว่าแกใช้ต้นทุนเท่าไร มีบานปลายทั้งต้นทุนและเวลาจากจุดไหนเรื่องอะไรบ้าง ...
ป้าสวยมีที่ดินไร่กว่า อยากทำอพาร์ทเม้นต์ไว้ให้เป็นรายได้ในวัยเกษียน จึงเริ่มคิดว่าจะสร้างสัก 4 ชั้น จะได้ไม่ต้องมีลิฟท์ ขนาดห้อง 4×8 เมตร มีทางเดินเป็นระเบียงหน้าห้อง บันได้กว้าง 2 เมตร รวมๆ ก็จะได้สักชั้นละ 8 ห้อง × 4 ชั้นก็ได้สัก 32 ห้อง ดูน้อยไปหน่อยแต่ทำไงได้!! ส่วนที่ดินที่เหลือก็ให้เป็นที่จอดรถ น่าจะได้สัก 15-20 คัน
จากนั้นก็เดินไปหาลุงหนุ่มซึ่งเป็นผู้รับเหมาที่เพื่อนแนะนำมาอีกที แจ้งความจำนงบอกความคิด ให้ช่วยเขียนแบบ ตีราคา และก่อสร้างพร้อมขออนุญาต ผ่านไป 3 สัปดาห์ก็ได้แบบมา ลุงหนุ่มบอกเหมาๆ ให้ 18 ล้านละกัน ป้าสวยบอกแพงเกิ้นน ลดหน่อยได้รึเปล่า ฉันคิดว่าสัก 14 ล้าน ลุงหนุ่มคิดแป๊บนึง "คนล่ะครึ่งละกัน ลดได้แค่ 16 ล้าน แต่ป้าซื้อกระเบื้องกะสุขภัณฑ์เองนะ เพราะฉันไม่รู้ว่าป้าอยากได้รุ่นอะไร รวมทั้งพวกปลั๊กสวิชดวงโคมด้วย" ป้าสวยคำนวนแล้วน่าจะเอาอยู่ ไม่เกินล้านห้าแน่ กระเบื้องดีๆ ลดราคามีเต็มไปหมด ป้าสวยยิ้มและตอบตกลง
ช่วงแรกงานโครงสร้างก็เร็วดี ผ่านไป 6 เดือนก็เริ่มช้า งานก่ออิฐก็เพิ่งเริ่มด้วยคนงาน 2-3 คน ท่อยังไม่มีสักเส้น อย่างนี้เมื่อไรจะเสร็จ สุขภัณฑ์กระเบื้องก็ซื้อมากองเต็มไปหมดแล้ว
ผ่านไปอีก 8 เดือน งานใกล้เสร็จละ แต่ทำไมถนนกะที่จอดรถถึงยังเป็นดินอยู่นะ รั้วก็ไม่ทำซะที .. ป้าสวยถามลุงหนุ่ม จึงเกิดความดันขึ้นปรอทแตกทันที .. "ถนนกะรั้วยังไม่รวมครับ เพราะไม่รู้ว่าป้าอยากได้แบบไหน ป้าบอกมาเลยเดี๋ยวจะตีราคาให้" งานนี้ป้าต้องยอมจ่ายเพิ่มอีกล้านห้า และยืดเวลาไปอีก 3 เดือน
เสร็จงานนี้ป้าสวยลงทุนไปทั้งหมด 19 ล้าน ตกห้องละเกือบ 6 แสน จากที่คิดว่าจะลงทุนไม่เกิน 15 ล้าน (ห้องละ 4 แสนกว่า) สรุปบานปลายไป 26% ใช้เวลาไป 17 เดือน จึงจะเริ่มมีรายได้
เราพบว่าสิ่งที่ป้าสวยควรทำคือ
+ ห้องขนาด 20 ตารางเมตรก็เพียงพอแล้วสำหรับลูกค้าที่ใช้ (ซุกหัว) นอนอย่างเดียว
+ ตู้เสื้อผ้าไม่จำเป็น
+ ทางเดินตรงกลางที่มีห้องสองด้านต้นทุนถูกกว่าทางเดินแบบระเบียงมาก
+ หน้าต่างไม่ต้องใหญ่เพราะแพงกว่าผนังก่ออิฐฉาบปูน
+ ลงทุนงานระบบน้ำไฟให้ดีๆ เพื่อไม่ต้องปวดหัวและขาดรายได้ในระยะยาว
+ ทำแบบก่อสร้างและรายการวัสดุ (BOQ) ให้ครบถ้วนชัดเจนโดยบุคคลที่ไม่ใช่ผู้รับเหมา
+ แบ่งสิ่งที่ต้องซื้อเองกับสิ่งที่ให้ผู้รับเหมาทำให้ชัดเจน
+ คิดไว้ก่อนว่าสิ่งที่เหลือจะให้ใครทำ ด้วยงบเท่าไร
+ ทำแผนงานให้ละเอียด เพื่อใช้บริหารผู้รับเหมาและการซื้อของของเรา จะได้รู้ทันทีเมื่อล่าช้าและหาทางแก้ไข
+ มีรายละเอียดอีกมากอาจพูดได้เป็นวัน
เราทำสำเร็จได้โดยไม่ง่ายนัก แต่พอผ่านไป 2-3 สาขา ที่เหลือก็แทบจะหลับตาทำแล้ว ปัจจุบันโรงแรมนี้มีมากกว่า 40 สาขาในประเทศไทย
ถ้าป้าสวยได้อ่านแล้วอยากทำอพาร์ทเม้นต์หลังที่สอง ป้าคงทำได้ไม่เกิน 15 ล้านตามความตั้งใจแน่นอน

ปกติเราจ่ายเบี้ยประกันชั้น 1 ให้รถที่เรารักปีละหลายหมื่นบาทเพราะอะไรเมื่อเราสร้างบ้านหลังละหลายล้าน เราก็ควรจะจ่ายเบี้ยป...
29/06/2022

ปกติเราจ่ายเบี้ยประกันชั้น 1 ให้รถที่เรารักปีละหลายหมื่นบาทเพราะอะไร
เมื่อเราสร้างบ้านหลังละหลายล้าน เราก็ควรจะจ่ายเบี้ยประกันด้วยเหตุผลเดียวกัน
ผมหมายถึงการจ้างนักวางแผนต้นทุนและผู้คุมงาน เพราะนั่นคือการซื้อประกันเพื่อให้มั่นใจว่างานจะไม่มีปัญหา บ้านจะเสร็จตามแผน ตามแบบ และงบไม่บานปลาย

ใครเป็นใครทำอะไรบ้างในงานออกแบบก่อสร้างอาคาร มีใครเกี่ยวข้องบ้าง แต่ละคนมี “มุมมองแตกต่าง” กันอย่างไร ทั้งที่เป็นงานเดีย...
28/06/2022

ใครเป็นใครทำอะไรบ้าง
ในงานออกแบบก่อสร้างอาคาร มีใครเกี่ยวข้องบ้าง แต่ละคนมี “มุมมองแตกต่าง” กันอย่างไร ทั้งที่เป็นงานเดียวกัน มีเป้าหมาย (purpose) เดียวกัน
1) “สถาปนิก” มองลักษณะการใช้งาน การใช้ชีวิตของผู้ใช้อาคาร มีพื้นที่และ space ที่พอดีมีความหมาย ความเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างห้องต่างๆ และทางเดิน ได้แสงธรรมชาติและการระบายอากาศเพียงพอเหมาะสม ความดูดีมีรสนิยม มีความงามทางสถาปัตยกรรม ทั้งด้านรูปทรง สัดส่วน เส้นสาย แสงเงา และเนื้อที่เว้นว่าง ผู้ใช้อาคารเข้าไปอยู่แล้วมีความสะดวกสบาย มีความสุข
2) “ซินแส” ดูที่ตั้ง ทิศทางของที่ดิน ดูวันตกฟากของเจ้าของและครอบครัว เพื่อหาตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ ที่ตั้งตัวอาคาร ทางเข้า ประตู หน้าต่าง ห้องน้ำ ชักโครก ห้องครัว บันได ด้วยเชื่อว่าจะเป็นพลังส่งเสริมให้ชีวิตมีความปลอดภัย แข็งแรง เจริญรุ่งเรือง ลูกหลานประสบความสำเร็จในการเรียน การงาน และชีวิต
3) “วิศวกรโครงสร้าง” มองโครงสร้างฐานราก เสา คาน พื้น โครงหลังคา ว่าไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป แข็งแรงปลอดภัยดี เลือกประเภทโครงสร้างให้เหมาะสมพอดีกับแบบสถาปัตย์ ไม่สิ้นเปลืองแบบไร้เหตุผล แต่ก็ปลอดภัยในระยะยาวๆ
4) “วิศวกรงานระบบ” มองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ประปา สื่อสาร และปรับอากาศ ให้มีน้ำไหลไฟสว่างแอร์เย็นเน็ตแรงถูกสุขอนามัย ออกแบบให้ท่อ สาย เครื่อง ถัง มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ สามารถใช้งานได้สะดวก มีความสุขแบบยาวๆ ไม่ปวดหัวจุกจิก
5) “ผู้อนุญาตให้ก่อสร้าง” เน้นเรื่องความปลอดภัย สุขอนามัย ทั้งต่อผู้ใช้อาคาร เพื่อนบ้าน และสิ่งแวดล้อม ดูแลให้การออกแบบไม่ต่ำกว่ามาตรฐานตามบทบัญญัติของกฎหมาย
6) “เจ้าของบ้าน” มองประโยชน์ใช้สอยตรงกับความต้องการ มีความสะดวก ความสวยงาม งานเรียบร้อย อยู่แล้วรวย รุ่งเรือง โชคดี มีความสุข ใช้งบประมาณได้เหมาะสมคุ้มค่าในการลงทุน ไม่รอนานเกินเหตุ
7) “ฝ่ายการเงิน” ของเจ้าของบ้านมองว่าต้องใช้เงินทั้งหมดเท่าไร ต้องเตรียมเงินในแต่ละเดือนไว้กี่มากน้อย งานจึงจะราบรื่นได้ไม่สะดุด ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ต้องไม่มากไม่น้อยเกินไปจนทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยและโอกาสโดยไม่จำเป็น
8 “ผู้รับเหมา” มองความชัดเจนครบถ้วนของแบบก่อสร้าง ระยะเวลาที่เพียงพอกับการจัดการ ได้ค่าจ้างที่เหมาะสม มีข้อมูลเพียงพอให้ทำงบประมาณได้ถูกต้องซึ่งจะทำให้เหลือกำไร มองเห็นขั้นตอน อุปสรรคและความเสี่ยง ดูว่าเจ้าของสามารถจ่ายค่าจ้างได้ตามกำหนดเวลา
9) “Project Manager” หรือ “PM” หรือ “ตัวแทนเจ้าของโครงการ” มองความสำเร็จที่ปลายทาง จึงต้องมองทุกเรื่องที่กล่าวมา ต้องมีความเข้าใจมุมมองของผู้เกี่ยวข้องทุกคน เพราะมีหน้าที่ประสานทุกฝ่ายให้ทำงานสอดประสานกัน เหมือนเป็น conductor ในวง orchestra และเป็นกรรมการตัดสินเมื่อเกิดความขัดแย้ง โดยยึดวัตถุประสงค์ (purpose) ที่เจ้าของโครงการกำหนดเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแผน และมีหน้าที่ทำงานให้สำเร็จ
10) "Cost Planner" หรือ "QS" หรือ "นักวางแผนต้นทุน" มองงบประมาณหรือต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเกินงบหรือบานปลายอาจทำให้โครงการสะดุด ล้ม ไม่สำเร็จได้ จึงเป็นผู้วางงบประมาณตั้งแต่ริเริ่มโครงการไว้อย่างเหมาะสม เป็นไปได้ ใกล้เคียงความเป็นจริงให้มากที่สุด แล้วคอยประเมิน ปรับสัดส่วนงบไปตามขบวนการออกแบบ คอยเตือนว่าสิ่งใดเหมาะหรือไม่เหมาะกับงบที่วางไว้ หรือหากอยากได้จะต้องเพิ่มเท่าไร หรือจะลดอะไรดี เป็นผู้ประเมินราคาที่ผู้รับเหมาเสนอ ตรวจสอบสัญญา ตลอดจนการจ่ายเงิน ให้มีความเหมาะสม ไม่ต่ำไม่สูงเกินจนเป็นปัญหา นักวางแผนต้นทุนจะช่วย PM ให้สามารถทำงานได้ราบรื่นและสำเร็จ
เมื่อเข้าใจมุมมองของแต่ละคน การเลือกผู้ร่วมงานและการบริหารจัดการการออกแบบก่อสร้างจึงจะเป็นไปได้อย่างถูกต้องราบรื่น
เมื่อมีความขัดแย้งทางความคิดเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเกิด และส่วนใหญ่เกิดจากการมองคนละมุมตามข้อจำกัดความรับผิดชอบของแต่ละคน (ข้อจำกัด เช่น กฎหมาย งบประมาณที่ได้รับ ความต้องการของลูกค้า สภาพหน้างาน เป็นต้น)
เรื่องนี้แก้ง่ายๆ ด้วยการพยายามเข้าใจมุมมองข้อจำกัดของคนอื่น แล้วปรับของเราให้ไปเจอกัน โดยเอาประโยชน์และเป้าหมาย (purpose) ของลูกค้าหรือเจ้าของเป็นศูนย์กลาง (customer centric)

"เกินงบ" ภาค 2การควบคุมต้นทุน (cost control) กับ การลดต้นทุน (cost saving/cost down) คนส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องเดียวกัน เหม...
27/06/2022

"เกินงบ" ภาค 2
การควบคุมต้นทุน (cost control) กับ การลดต้นทุน (cost saving/cost down) คนส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องเดียวกัน เหมือนว่าเป็นคำเดียวกัน เพราะเข้าใจว่ามันคือการทำให้ "ไม่เกินงบ" ใช่ครับ แต่ที่จริงมันเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เกิดขึ้นคนละเวลากัน และวิธีการต่างกันมาก มันน่าจะต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยล่ะครับ
การทำงานพัฒนาอสังหาโดยปกติก็จะตั้งงบขึ้นมา แล้วก็ออกแบบ ทำ BOQ (ถอดรายการวัสดุและราคา) จัดซื้อจัดจ้าง และก็เริ่มก่อสร้าง พอจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้างไปสักพัก ก็จะเริ่มรู้สึกว่า "เอ๊ะ...งบที่เหลือมันจะพอเหรอ ..ะ" เป็นคลาสสิคเคสเช่นนั้นเสมอ
เราก็จะเริ่มหาทางประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ เริ่มต่อรองหนักๆ (cost saving) เริ่มลดสเปค (cost down) หาวัสดุหรือวิธีการทำงานทดแทน (value engineering) ที่น่าแปลกคือคนเก่งมักจะปรากฎตัวในช่วงเวลานี้
แบบนี้ผมเรียกว่า "การลดต้นทุน" ไม่ใช่การควบคุมต้นทุน แต่เราจำเป็นต้องลดต้นทุนเพื่อ "หนีตาย" ก่อนที่จะ "บานปลาย" (cost over run) และสาเหตุก็มาจากการที่เรา "ไม่ทำ" การควบคุมต้นทุนมาตั้งแต่ต้นจนเกิดปัญหา "เกินงบ" ให้เราต้องมาแก้ไข
เหมือนไฟไหม้แล้วค่อยคิดหาวิธีดับไฟ แต่ไม่เคยคิดหาระบบหรือเครื่องมือไว้ป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้
คนมีประสบการณ์จะรู้ว่าหากเกินงบจะเกิดอะไรขึ้น
1. เพิ่มราคาขาย = ยาขม --> ภาวะแบบนี้ ราคาเดิมก็จะไม่รอดแล้ว --> เสี่ยงหลุดเป้า โครงการยืดเยื้อ
2. ลดอัตรากำไร = ยาพิษ --> commitment ต่อบอร์ดหรือผู้ถือหุ้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด --> อาจถึงแก่ชีวิตได้
จะว่าไปแล้วผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าการควบคุมต้นทุน "คืออะไร" ด้วยซ้ำ จึงไม่ได้ทำการควบคุมมัน แต่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงคิดหาทางลด หาทางประหยัด หรือพยายามเปลี่ยนแปลง ซึ่งล้วนเป็น "การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า"
สิ่งนี้เป็นที่มาของการที่พนักงานหัวยุ่งทั้งวัน เหนื่อยหน่าย บ่นเจ้านาย คนไม่พอ เพราะงานส่วนใหญ่เป็น "งานงอก" เป็นงานแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งรีบ เพราะทุกสิ่งอย่างมันอยู่บนรางและออกตัวไปหมดแล้ว (on track) กำลังวิ่งอยู่ด้วยความเร็วเพื่อไปสู่ที่หมายตามเวลานัด
พนักงานไม่มีโอกาสฝึกการลำดับความสำคัญของงาน มีแต่งานด่วนมากกับด่วนที่สุด และต้องใช้พลังงาน ความสามารถ สติปัญญาทั้งปวงไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อไม่ให้ขบวนรถที่ดูแลรับผิดชอบต้อง "ตกราง"
การพยายามลดต้นทุนหรือการทำงานแบบนี้เป็น "การทำงานแบบตั้งรับ" (passive) คือรอให้ปัญหาเกิดก่อนแล้วจึงเข้าไปแก้ไข (หากแก้สำเร็จอาจได้รับการยกย่องอีกต่างหาก)
การควบคุมต้นทุนเป็น "การทำงานเชิงรุก" (proactive) คือการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดหรือเกิดแล้วควบคุมได้ การทำงานแบบนี้มักไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์สั้น ที่มีความเชื่อว่าหากไม่มีปัญหาจะดูเหมือนไม่ได้ทำงานและไม่มีผลงาน
จะว่าไปแล้วการควบคุมต้นทุนก็เหมือนหน่วยงานความปลอดภัย (safety) ที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ แต่ทุกคนรู้จักชื่อนี้เพราะกฎหมายบังคับให้มี เพราะเป็นการทำงานเชิงป้องกัน เราจะเห็นค่าก็ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่สร้างความเสียหายแบบไม่น่าจะเกิด ซึ่งนับว่าโชคดีกว่าการควบคุมต้นทุนมากเพราะไม่มีใครบังคับให้ทำ นับเป็นโศกนาฏกรรมของวงการอสังหาเลยก็ว่าได้
การควบคุมต้นทุนไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง และไม่ใช่การทำในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ ทุกฝ่ายต้องทำงานสัมพันธ์กัน (syncronized) ด้วยระบบที่ดี ชัดเจน เข้าใจตรงกัน ส่งไม้ต่อกันได้อย่างราบรื่น ทันเวลา มี "เครื่องมือ" ที่จะช่วยให้เกิดความแม่นยำ ถูกต้อง โปร่งใส เก็บข้อมูลได้ สามารถรายงานสถานะได้ถูกต้องตลอดเวลา ใช้ถังข้อมูลเดียวกันตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงกรรมการบริษัท
สิ่งสำคัญที่สุดในรายงานสถานะคือสามารถบอกได้ตลอดเวลาว่างบประมาณที่เหลือจะเพียงพอหรือไม่ สามารถประเมินล่วงหน้าได้ว่าเมื่อจบโครงการแล้วจะเป็น "ตัวเขียวหรือตัวแดง" ถ้าทำได้แบบนี้ ผมรับรองว่าฝ่ายต้นทุนจะนั่ง "ตีขิม" ให้ฝ่ายอื่นอิจฉา แต่ก็อาจจะได้โบนัสน้อยกว่าคนอื่นเหมือนฝ่ายเซฟตี้นั่นล่ะครับ

Detail แบบนี้สำคัญและมีประโยชน์มาก ทั้งในแง่ของการจบงานให้ได้สถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ของผู้ออกแบบเองผู้รับเหมาส...
26/06/2022

Detail แบบนี้สำคัญและมีประโยชน์มาก ทั้งในแง่ของการจบงานให้ได้สถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ของผู้ออกแบบเองผู้รับเหมาสามารถทำงานได้อย่างดีไม่ขาดทุน การกำหนดงบประมาณก็ชัดเจนไม่เสี่ยงบานปลาย .. ขอบคุณครับ
Baan Nhuer Nham บ้านเหนือน้ำ
Gross Built Area: 1,100 Sq.m.
Project Location: Pathum Thani, Thailand
Completion Year: 2022.
Architect : Looklen Architects
Interior : Looklen Architects
Landscape : RITT Landscape
Lighting : Lundi Light Design
Contractor : Double Click Construction & Idea Civil Engineering
Photographer : Rungkit Charoenwat

Website: www.looklen.com
Contact e-mail: [email protected]

การพัฒนาอสังหา การสร้างบ้านหรืออาคารแบบไหนก็ตาม เปรียบเหมือนการเดินทางบนหนทางที่คดเคี้ยวไปมาแถมสองข้างทางเป็นหุบเหว โดยม...
25/06/2022

การพัฒนาอสังหา การสร้างบ้านหรืออาคารแบบไหนก็ตาม เปรียบเหมือนการเดินทางบนหนทางที่คดเคี้ยวไปมาแถมสองข้างทางเป็นหุบเหว โดยมีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง คือ "ยอดเขา"
ถ้าหากการเดินทางนั้นทำไปด้วยความไม่คุ้นเคย ไม่มีประสบการณ์ มันจะไม่ต่างอะไรกับการ "ปิดตาเดิน" ... โดยที่ยังคาดหวังว่าจะเดินทางถึงยอดเขาได้อย่าง "ปลอดภัย" ??!

25/06/2022

การควบคุมงบประมาณไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องทำในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ

Cost Square ทำอะไร? สำหรับใคร? อย่างไร?🏆 วางแผนต้นทุนระหว่างออกแบบ (Pre-Con Cost Plan)      🎯 สำหรับเจ้าของโครงการและผู้...
21/06/2022

Cost Square ทำอะไร? สำหรับใคร? อย่างไร?

🏆 วางแผนต้นทุนระหว่างออกแบบ (Pre-Con Cost Plan)
🎯 สำหรับเจ้าของโครงการและผู้ออกแบบที่ต้องการทำแบบให้อยู่ในงบประมาณ
🎯 เพื่องานราบรื่นไม่สะดุด ไม่เสียเวลาแก้แบบเพราะจ้างผู้รับเหมาไม่ได้
🎯 สิ่งที่เราทำ
📊 กำหนดราคาขายที่เหมาะสมกับตลาด (พื้นที่ x บาท/ตรม)
📊 กำหนดต้นทุนต่อตารางเมตร โดยมี Breakdown Cost Structure จาก Benchmark
📊 Rough Estimate from Conceptual Drawings
📊 Initial Project Budget
📊 Estimate from Design Develop Drawings
📊 ให้ความเห็นการออกแบบที่เหมาะสมกับงบประมาณ ทั้งด้านสถาปัตย์ โครงสร้าง งานระบบ และวัสดุ
📊 Tender Bill of Quantity (BOQ)
📊 Working Budget

🏆 พัฒนากระบวนการควบคุมต้นทุน (Cost Control Process Development)
🎯 สำหรับองค์กรที่มีปัญหา "เกินงบ" (Cost Overrun)
🎯 ด้วยการวางระบบบริหารต้นทุนเพื่อการเติบโตที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน
🎯 สิ่งที่จะได้
💥 ช่วยปลดปล่อยศักยภาพของพนักงานออกมา
💥ช่วยกำจัดความสูญเปล่าและลดงานฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น
💥 เพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน
💥 ทำให้คุณภาพกับความเร็วไปคู่กัน
💥 สร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าในระยะยาว
💥 ไม่เกินงบ 👉 Cost Square and Limited

"เกินงบ" หรือ "cost over run" เป็นปัญหาที่นักพัฒนาอสังหาทุกคนต้องเจอ แม้จะทำเสร็จสำเร็จมาหลายโครงการ บริษัทเปิดมาเป็น 10...
21/06/2022

"เกินงบ" หรือ "cost over run" เป็นปัญหาที่นักพัฒนาอสังหาทุกคนต้องเจอ แม้จะทำเสร็จสำเร็จมาหลายโครงการ บริษัทเปิดมาเป็น 10 ปีแล้วก็อาจจะยังเจอปัญหาซ้ำซากอยู่ มันเกิดจากอะไร แล้วควรจะแก้อย่างไร
เรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนอันดับแรกคือ การควบคุมงบประมาณไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่ใช่การทำงานระหว่างขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และต้องทำในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ
เวลาคุยเรื่องการควบคุมงบหรือการแก้ปัญหางบเกิน แล้วทุกคนหันมาหา "ฝ่ายต้นทุน" กันหมด ให้รู้ไว้เลยว่าเราจะไม่มีวันแก้ไขปัญหานี้ได้แบบ "ยั่งยืน" และคงต้องแก้ปัญหารายวันกันต่อไปเรื่อยๆ
ยกตัวอย่างเช่น ฝ่ายก่อสร้างบอก "งบไม่พอ" เสร็จแล้วก็นั่งรอเหมือนหมดหน้าที่ โดยที่ไม่รู้ไม่หาว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และที่สำคัญคือ ไม่รู้ไม่หาด้วยว่า "เราต้องการอีกกี่บาท" ถึงจะเพียงพอที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้ เพราะคิดว่าตนมีหน้าที่คุมงานก่อสร้างอย่างเดียวและนั่นคือปัญหาของฝ่ายต้นทุน
อีกตัวอย่างคือ ฝ่ายออกแบบที่ไม่ได้มีระบบตรวจสอบว่าแบบที่ตนเองทำนั้นอยู่ในงบประมาณหรือไม่ โครงสร้างจะพิเศษขนาดไหน การก่อสร้างจะยากอย่างไร วัสดุก็ไม่เลือกเพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายจัดซื้อ การตลาด และต้นทุน
จาก 2 ตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่าต้นเหตุของปัญหานั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่
1. ความชัดเจนในขอบเขตการทำงานและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย (Role & Responsibility) ผมเรียกสั้นๆ ว่า "ระบบ" ซึ่งองค์กรได้จัดทำไว้หรือไม่ ทำแล้วให้ความสำคัญแค่ไหน ปรับปรุงแก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อไหร่
2. วัฒนธรรมองค์กรได้ส่งเสริมให้พนักงานเอาผลประโยชน์ขององค์กรเป็นที่ตั้งหรือไม่ ผมเรียกว่าความ "Royalty"
ข้อแรกเกี่ยวกับระบบการทำงานขององค์กร ข้อหลังคือความรับผิดชอบส่วนบุคคลในฐานะ "ลูกจ้างมืออาชีพ" และความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับองค์กร
ผมเติบโตมาจากบริษัทญี่ปุ่นระดับแนวหน้า หลายคนเข้าใจว่าญี่ปุ่นมีระบบดี งานจึงออกมาดี สมัยนี้อาจจะใช่ แต่เมื่อก่อนไม่ใช่เลย .. ญี่ปุ่นที่ผมเจอเขาไม่ได้เอาระบบมาด้วย เพียงแต่คนญี่ปุ่นมีความรับผิดชอบสูงมาก รวมถึงความจงรักภักดีต่อเจ้านายและองค์กรด้วย ไม่ว่าจะเกิดปัญหาใด เขาจะมองไปที่ผลลัพธ์ก่อนว่ามีผลกระทบกับใครบ้าง แล้วจัดการมันโดยไม่รอหรือมัวถามหาว่า "หน้าที่ใคร" เรียกว่าทำงานกันแบบ "ใครไม่ทำฉันทำเอง"
ในขณะที่องค์กรเองก็เห็นและให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบดังกล่าว จึงมีการให้คุณให้โทษไปตามความจริงเหล่านั้น พนักงานก็รู้สึกดีต่อองค์กร
อีก 2 องค์กรถัดมาที่ผมเคยผ่าน ก็ให้ความสำคัญกับ "ระบบ" มากถึงมากที่สุด ถึงขนาดมี "Bible" เป็นของตัวเอง แน่นอนว่าทั้ง 2 องค์กรอาจจะมีปัญหาระดับตัวบุคคลบ้าง แต่ปัญหาระหว่างแผนกแทบไม่มี จึงสามารถทำงานลุล่วงได้ตามเป้าหมายเกือบ 100%
1 ใน 2 องค์กรนั้นมีทั้งระบบและความ royalty จึงเป็นองค์กรที่ทำงานได้ราบรื่น ไม่เร่งรีบ ออกจะน่าเบื่อไปหน่อยด้วยซ้ำ
การควบคุมงบประมาณไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่ใช่การทำงานเพียงขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ เริ่มตั้งแต่
1. ฝ่ายต้นทุนที่สร้าง "งบประมาณตั้งต้น" ขึ้นมา ซึ่งเปรียบเหมือน "แผนแม่บท" จึงต้องมีความแม่นยำ ถูกต้อง สมเหตุสมผล ด้วยการมีตัวเลขอ้างอิงจากโครงการเดิมที่คล้ายๆ กันหลายๆ โครงการ (benchmark) ซึ่งได้จากการเก็บข้อมูลโครงการที่เสร็จไปแล้ว นำมาวิเคราะห์ (cost analysis) ให้เข้าใจ "โครงสร้างของต้นทุน" และวิเคราะห์ปัญหาที่เคยเกิดขึ้น
2. ฝ่ายออกแบบต้องเข้าใจโครงสร้างต้นทุน เพื่อออกแบบให้สอดคล้องกับงบประมาณ ฝ่ายออกแบบต้องควบคุมการออกแบบทุกระบบ (สถาปัตย์ โครงสร้าง งานระบบ แสงเสียง จัดสวน ฯลฯ) ให้ไม่ขัดแย้งกัน โดยเฉพาะในเรื่องที่มีผลต่อการขาย
3. ฝ่ายประมาณราคาหรือฝ่ายทำ "BOQ" ซึ่งเปรียบเหมือน "แผนปฏิบัติการอย่างละเอียด" ต้องทำด้วยประสบการณ์ที่มากพอ ที่จะไม่ให้หลุดรอดไปได้แม้แต่รายการเดียว การประมาณราคาต้องทำควบคู่กับการออกแบบมาตั้งแต่แนวความคิดจนถึงแบบก่อสร้าง เพื่อยืนยันในทุกขั้นของการพัฒนาแบบว่าสอดคล้องกับงบประมาณตั้งต้นหรือไม่ ถ้าแบบไม่ชัดเจนก็ต้องอาศัยการประเมินที่มีความเข้าใจแนวความคิดการออกแบบอย่างชำนาญ ราคาต่อหน่วยต้องอัปเดท สมเหตุสมผล มีที่มาที่ไป
4. ฝ่ายจัดซื้อต้องรู้งบประมาณของรายการนั้นๆ ก่อนที่จะซื้อ เพื่อไม่ให้มีการซื้อของที่เกินงบโดยไม่รู้ตัว บางรายการที่แตกย่อยจากรายการใหญ่เป็นหลายรายการ ก็ต้องแตกงบประมาณออกก่อนด้วย "เพื่อให้รู้ว่าเงินที่เหลือจะยังพอสำหรับของที่ยังไม่ได้ซื้อ" และต้องทำบัญชีรายงานสถานะการใช้งบประมาณตลอดเวลา เพื่อให้รู้ว่าการจัดซื้อดำเนินการไปกี่เปอร์เซนต์แล้ว และเกินงบหรือต่ำกว่างบที่รายการใดบ้าง ผลรวมเป็นอย่างไร
5. ฝ่ายก่อสร้างต้องเป็น "เจ้าภาพ" ในทุกกรณีสำหรับช่วงก่อสร้าง จึงต้องตรวจสอบแบบทุกระบบและ BOQ ก่อนที่จะเริ่มงาน ให้มั่นใจว่าไม่ขัดแย้งกันและถูกต้องตามที่ฝ่ายขายคุยกับลูกค้าไว้ ต้องมีส่วนร่วมกับฝ่ายจัดซื้อในการตัดสินเลือกหรือไม่เลือกผู้รับเหมาและ supplier หากเกินงบต้องบริหารจัดการโยกย้าย หาวัสดุทดแทน value engineering (VE) ร่วมกับฝ่ายแบบและฝ่ายจัดซื้อ
"เกินงบ" หรือ "cost over run" จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปหากผู้บริหารให้ความสำคัญและ "เชื่อในระบบ" รวมถึง "มีวินัย" (disipline) ในการเดินตาม "แผน" ที่วางเอาไว้ด้วยความแม่นยำแล้ว

ที่อยู่

Lumlukka
Lam Luk Ka
12150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Cost Square - วางแผนต้นทุนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Cost Square - วางแผนต้นทุน:

แชร์