16/11/2024
การล้างแอร์ด้วยตัวเองเป็นวิธีที่ดีในการประหยัดเงินและรักษาความสะอาดของเครื่องปรับอากาศ แต่อย่าลืมว่าการล้างแบบนี้เป็นการทำความสะอาดเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการล้างแบบลึกซึ้ง ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาทำจะดีกว่า
ขั้นตอนการล้างแอร์ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ
* ตัดไฟ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องปิดเบรกเกอร์หรือถอดปลั๊กไฟของแอร์ก่อน เพื่อความปลอดภัย
* เตรียมอุปกรณ์
* ไขควง
* แปรงปัดฝุ่น หรือ ผ้าสะอาด
* สเปรย์ล้างแอร์ (ไม่จำเป็น)
* น้ำเปล่า
* ฟ็อกกี้ฉีดน้ำ (ไม่จำเป็น)
* ถุงพลาสติก
* ถอดแผ่นกรองอากาศ เปิดฝาครอบแอร์ แล้วดึงแผ่นกรองอากาศออกมา
* ทำความสะอาดแผ่นกรอง
* ล้างด้วยน้ำเปล่า ล้างแผ่นกรองด้วยน้ำเปล่า ใช้แปรงขนนุ่มๆ หรือผ้า ช่วยขัดเบาๆ
* ผึ่งให้แห้ง นำไปผึ่งลมให้แห้งสนิท ห้ามตากแดด
* ทำความสะอาดคอยล์เย็น (ครีบแอร์)
* ใช้แปรงปัดฝุ่น ปัดฝุ่นออกจากครีบแอร์อย่างระมัดระวัง
* ใช้สเปรย์ล้างแอร์ (ถ้ามี) ฉีดสเปรย์ลงบนครีบแอร์ ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุบนฉลาก แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า หรือใช้ฟ็อกกี้ฉีดน้ำเปล่า ฉีดพ่นทำความสะอาด
* ห้ามฉีดน้ำแรงๆ เพราะอาจทำให้ครีบแอร์งอ หรือ น้ำเข้าไปในส่วนของวงจรไฟฟ้าได้
* ทำความสะอาดพัดลม ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดใบพัดลม
* เช็ดทำความสะอาด ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณต่างๆ ของแอร์ เช่น ตัวเครื่อง ฝาครอบ
* ประกอบกลับ ใส่แผ่นกรองอากาศกลับเข้าที่ ปิดฝาครอบ
* เปิดแอร์ทดสอบ เสียบปลั๊ก เปิดแอร์ ทดสอบการทำงาน
ข้อควรระวัง
* ควรศึกษาคู่มือการใช้งานของแอร์แต่ละรุ่นก่อน เพราะวิธีการถอดประกอบอาจแตกต่างกัน
* ระวังอย่าให้น้ำเข้าไปโดนส่วนของวงจรไฟฟ้า
* ห้ามใช้แปรงแข็งๆ หรือของมีคม ในการทำความสะอาด เพราะอาจทำให้แอร์เสียหายได้
* หากไม่แน่ใจ ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาล้างแอร์ให้จะดีกว่า
เคล็ดลับเพิ่มเติม
* ควรล้างแอร์เป็นประจำ อย่างน้อย 3-6 เดือนครั้ง
* หากใช้แอร์บ่อย หรือ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นมาก ควรล้างแอร์บ่อยขึ้น
* การล้างแอร์ด้วยตัวเองเป็นเพียงการทำความสะอาดเบื้องต้น ไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคได้ทั้งหมด หากต้องการล้างแอร์แบบลึกซึ้ง ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาทำ
* การดูแลรักษาแอร์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยยืดอายุการใช้งาน และ ประหยัดค่าไฟฟ้าได้
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับท่านเจ้าของบ้านนะครับ 😊
HomeFix