25/08/2026
🌴 วันที่ 24 สิงหาคม 2569
วันเพอร์เฟคปาล์ม พร้อมทีมงาน กล้าดี และแปลงเพาะต้นกล้าปาล์มน้ำมันจากหลายจังหวัด ได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมสัมมนาและศึกษาข้อมูลด้านการพัฒนาสายพันธุ์ปาล์มน้ำมัน ณ IOI Group ประเทศมาเลเซีย 🇲🇾
ทีมงานที่เข้าร่วมในครั้งนี้ ได้แก่
• วันเพอร์เฟคปาล์ม
• บริษัท สินธุเศรษฐ์ จำกัด
• ยินดีคชสารพันธุ์ปาล์ม
• ที.พี.พี พันธุ์ปาล์ม
• มาดาวีพันธุ์ปาล์ม
• ปัณณ์ปาล์ม
• โกกรีนพันธุ์ปาล์ม
• ขายดีพันธุ์ปาล์ม
• ฯลฯ
การเดินทางมาครั้งนี้ ทำให้เราได้อัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ และสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือ ประวัติศาสตร์ของการพัฒนาสายพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่อยู่เบื้องหลัง IOI ในปัจจุบัน
หากย้อนกลับไปในปี 1965 มีบริษัทสวนรายใหญ่ 4 กลุ่ม ได้แก่ Pamol, Dunlop, Guthrie และ Harrisons & Crosfield ร่วมกันก่อตั้งและสนับสนุน Oil Palm Genetics Laboratory (OPGL) เพื่อวิจัย คัดเลือก และพัฒนาพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่มีศักยภาพสูงขึ้น
ต่อมาเส้นทางของทั้ง 4 กลุ่มแยกออกเป็น 2 สายสำคัญ
🌴 Dunlop + Pamol
ต่อมา IOI ได้เข้าซื้อกิจการ และนำฐานพันธุกรรมรวมถึงองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์ของทั้งสองสายมาพัฒนาต่อภายใต้ IOI Research Centre
🌴 Guthrie + Harrisons & Crosfield/Golden Hope
ต่อมาอยู่ในสายการควบรวมที่กลายมาเป็น Sime Darby Plantation และ SD Guthrie ในปัจจุบัน
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงชื่อของบริษัทในวันนี้ แต่คือ ฐานพันธุกรรมและองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์ที่ถูกสะสม คัดเลือก และพัฒนาต่อเนื่องมาหลาย Generation
หนึ่งในสายพันธุกรรมที่มีบทบาทสำคัญ คือ AVROS ซึ่งโดดเด่นด้านศักยภาพการให้ผลผลิตและปริมาณน้ำมัน เมื่อนำมาพัฒนาร่วมกับสาย Deli Dura จึงกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของ Deli × AVROS ที่ถูกนำมาใช้และพัฒนาต่ออย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน
สำหรับ IOI การพัฒนาไม่ได้หยุดอยู่กับพันธุกรรมเดิม แต่มีการ คัดเลือก ทดสอบ และพัฒนาต่อเนื่องในแต่ละ Generation
ปัจจุบัน IOI กำลังก้าวไปสู่ Generation 4 ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลและทดสอบศักยภาพของสายพันธุ์ ขณะเดียวกันยังมีงานพัฒนาพันธุ์ที่มุ่งเน้น ความทนทานต่อ Ganoderma รวมถึงการพัฒนาปาล์มน้ำมันจาก การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านผลผลิตและผลผลิตน้ำมันในอนาคต 🌱🧬
สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า การปรับปรุงพันธุ์ปาล์มน้ำมันไม่ได้มองเพียงว่า “จะทำอย่างไรให้ผลผลิตสูงขึ้น” เท่านั้น แต่กำลังมองไปถึงปัญหาที่สวนปาล์มจะต้องเผชิญในอนาคตด้วย
เพราะเมื่อพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันถูกใช้ต่อเนื่อง และมีการ ปลูกทดแทนรอบที่ 2 รอบที่ 3 หรือมากกว่านั้น ความเสี่ยงจากโรคบางชนิด โดยเฉพาะ Ganoderma ก็กลายเป็นโจทย์ที่สำคัญมากขึ้น
ดังนั้น ปาล์มน้ำมัน Generation ใหม่ในอนาคต จึงไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะเรื่อง ผลผลิตทะลายสูง หรือเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง เท่านั้น แต่ยังรวมถึง ความทนทานต่อโรค ความสม่ำเสมอ และความสามารถในการรักษาศักยภาพของผลผลิตในพื้นที่ปลูกซ้ำ
และนี่คือสิ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจมากจากการมา IOI ครั้งนี้ครับ
เราไม่ได้มาดูแค่ว่า “วันนี้พันธุ์ไหนดีที่สุด”
แต่เรามาดูว่า “อีก 10–20 ปีข้างหน้า พันธุ์ปาล์มน้ำมันกำลังจะพัฒนาไปทางไหน” 🌴🧬
เพราะสวนปาล์มหนึ่งสวน เมื่อปลูกลงไปแล้ว จะอยู่กับเกษตรกรไปอีก 25–30 ปี
ดังนั้น การเลือกสายพันธุ์จึงไม่ควรพิจารณาเพียง ลักษณะสรีระภายนอกของต้นปาล์มที่เราเห็นในวันนี้เท่านั้น
แต่ควรมองย้อนกลับไปถึง ที่มาของพ่อ–แม่พันธุ์ ประวัติการพัฒนาสายพันธุ์ และผลการทดสอบที่เก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องในแต่ละ Generation
เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถ เลือกสายพันธุ์จากข้อมูลและผลการทดสอบที่พิสูจน์ได้ มากกว่าการตัดสินคุณภาพของสายพันธุ์จากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว 🌴📊🧬
สายพันธุ์ที่ดี ไม่ได้ดูแค่ว่าวันนี้ต้นเป็นอย่างไร
แต่ต้องย้อนกลับไปดูว่า “พันธุกรรมมาจากไหน”
และที่สำคัญ ต้องมี “ตัวเลขผลผลิตต่อไร่ต่อปี” ที่บอกได้ว่า สายพันธุ์ Generation ใหม่นั้น พัฒนาให้ดีขึ้นจาก Generation เดิมมากน้อยเพียงใด
เพราะสุดท้ายแล้ว การพัฒนาสายพันธุ์ที่แท้จริง ต้องวัดกันด้วยข้อมูล ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ที่มองเห็นด้วยตา 🌴🧬📊